วันที่ 23 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายพุทธพจน์ คูประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดน่าน เข้าร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดน่าน ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
การประชุมดังกล่าวมี คณะรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับฟังปัญหา ความต้องการในพื้นที่ และเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูหลังระดับน้ำลดลง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำในที่ประชุมว่า “ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ทุกหน่วยงานต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ หากพื้นที่ใดยังมีน้ำท่วมขัง ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเครื่องสูบน้ำเข้าเร่งระบายโดยเร็ว ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว ให้เร่งฟื้นฟูสถานพยาบาล บ้านเรือน และพื้นที่เกษตรกรรมทันที นอกจากนี้ ให้กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝน ประเมินการเคลื่อนตัวของมวลน้ำเพื่อแจ้งเตือนล่วงหน้า ช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมย้ายผู้ป่วย รถยนต์ และป้องกันทรัพย์สินเสียหายได้ทันท่วงที”
สำหรับการดำเนินงานในระยะเร่งด่วน กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทได้รับการสั่งการให้เร่งฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและสะพานให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว โดยให้กรมชลประทานสนับสนุนเครื่องมือและเครื่องจักรกลหนัก โดยเฉพาะการนำสะพานแบริ่งเข้าติดตั้งเพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรเบื้องต้น พร้อมกำชับให้กรมทรัพยากรธรณีและกรมทรัพยากรน้ำเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อยู่ระหว่างเร่งยกระดับข้อมูลระบบเตือนภัย พร้อมกระจายข่าวสารตรงสู่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ในระยะยาว สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เสนอแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต
ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ขานรับข้อสั่งการดังกล่าวโดยทันที โดยส่งกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ชุดปฏิบัติการเสือไฟ และกำลังพลในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ร่วมกับกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นำเครื่องมือ ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ เข้าสนับสนุนการเคลียร์พื้นที่ดินโคลนถล่ม กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมลงพื้นที่ฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน และสนับสนุนการทำงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่านอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งคืนความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด.
ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่)
