• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สบอ.3 สาขาเพชรบุรี เผยภาพกล้องดักถ่าย “ผืนป่ากุยบุรี” สะท้อนความสมบูรณ์มรดกโลก พบ “กระทิง- โขลงช้าง” ลงกินดินโป่ง ตอกย้ำความสำเร็จการอนุรักษ์

12 กรกฎาคม 2569 – สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยภาพถ่ายจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เผยให้เห็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองนานาชนิดที่หาชมได้ยาก ตอกย้ำดัชนีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่า หลังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการลงพื้นที่ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า เพื่อสำรวจความหนาแน่นและพฤติกรรมของประชากรสัตว์ป่าอย่างมีส่วนร่วม บริเวณจุดชมสัตว์ป่าบ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จากการกู้ข้อมูลและตรวจสอบภาพถ่าย ล่าสุดพบภาพเหตุการณ์สำคัญของสัตว์ป่านานาชนิดที่พากันออกมาใช้ประโยชน์และรวมตัวกินดินโป่ง ซึ่งประกอบด้วย โขลงช้างป่ากุยบุรี และ ฝูงกระทิงป่า สัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของพืชอาหาร รวมถึงเสือดำ (Black Panther) นักล่าระดับบนของห่วงโซ่อาหาร ซึ่งหาพบได้ยากในธรรมชาติ สะท้อนความสมดุลของระบบนิเวศอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยีงมีกวางป่า และหมาไม้ สัตว์ผู้บริโภคที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืชในผืนป่าอีกด้วย

“การค้นพบพฤติกรรมการเข้าใช้ประโยชน์จากดินโป่งของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดพร้อมกันในครั้งนี้ ถือเป็นข้อมูลเชิงพฤติกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการศึกษานิเวศวิทยาของชนิดพันธุ์ (Species Ecology) ดินโป่งคือแหล่งเสริมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายสัตว์ป่า การที่สัตว์ป่าออกมาปรากฏตัวในลักษณะนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า ผืนป่ากุยบุรีมีมาตรการคุ้มครองที่เข้มแข็ง ปลอดจากการรบกวน และมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์สูงสุดในฐานะส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก” นายนิทัศน์ กล่าว

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซาฟารีเมืองไทย” และเป็นส่วนสำคัญของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ การบันทึกภาพสัตว์ป่าหายากได้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการและการวางแผนจัดการพื้นที่คุ้มครองเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ พ้นจากภัยคุกคามอย่างยั่งยืน

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด