• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ร่วม บก.ปทส. ทลายเครือข่ายต่างชาติ บุกรวบขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายใหญ่ย่านฝั่งธนฯ

กรมอุทยานฯ ร่วม บก.ปทส. ทลายเครือข่ายต่างชาติ บุกรวบขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายใหญ่ย่านฝั่งธนฯ หลังตำรวจสืบสวนขยายผลจับกุม สนองนโยบายกวาดล้างเด็ดขาด เผยพฤติกรรมสุดแยบยล ใส่กระเป๋าเดินทางพรางหน้าด้วยขนมเตรียมส่งออกนอกประเทศ

ตามนโยบายของนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการกวาดล้างขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษและผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า และนายนาวี ช้างภิรมย์ ผู้อำนวยการส่วนประสานความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดเหยี่ยวดง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดง และศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า (WCC) สนธิกำลังร่วมสนับสนุนตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านเช่า 2 หลังในพื้นที่เขตทุ่งครุและเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เพื่อจับกุมเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ทางตำรวจ บก.ปทส. ได้ทำการสืบสวนและขยายผลอย่างละเอียดจากคดีพัสดุซุกซ่อนสัตว์ป่าที่ถูกส่งกลับจากประเทศอินเดียเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ซึ่งในครั้งนั้นมีการตรวจยึดสัตว์ป่าควบคุมได้เป็นจำนวนมากถึง 366 ตัว อาทิ อิกัวน่า เต่าใบไม้ เต่าเสือดาว และจระเข้น้ำจืด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนและแกะรอยจนทราบถึงแหล่งกบดาน จึงนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับจากศาล ทันทีที่ได้รับการประสาน คณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จึงได้เข้าร่วมตรวจค้นและร่วมจับกุมในเป้าหมายแรก ซึ่งเป็นบ้านเช่าในเขตทุ่งครุ โดยสามารถรวบตัวผู้ต้องหาชายชาวอินเดียรายแรกตามหมายจับของศาลภาษีอากรกลาง ข้อหาลักลอบส่งออกสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบภายในบ้านพบเต่าซูกาต้า ซึ่งเป็นสัตว์ป่าควบคุม ที่ไม่ต้องแจ้งการครอบครอง พร้อมกรงและอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานสำคัญที่ใช้บรรจุสัตว์ป่าเพื่อลักลอบส่งออก ได้แก่ กระเป๋าเดินทางแบบลาก กล่องพลาสติกขนาดเล็กเจาะรูระบายอากาศ และผ้าอ้อมสำหรับรองพื้น โดยมีการนำขนมมาจัดวางใส่ในกระเป๋าเพื่อบังหน้าและอำพรางเจ้าหน้าที่ ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการลักลอบขนสัตว์ป่าที่เคยถูกตรวจพบ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้ยังให้การปฏิเสธ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ร่วมเข้าตรวจค้นบ้านเช่าเป้าหมายที่ 2 ในเขตบางขุนเทียน และร่วมจับกุมผู้ต้องหาชายชาวอินเดียรายที่สองตามหมายจับ ข้อหาลักลอบส่งออกสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งรายนี้ให้การรับสารภาพในเบื้องต้น จากการตรวจค้นภายในบ้านพักพบสัตว์ป่าของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย สัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ ชะนีมงกุฎ 1 ตัว และเต่าหกดำ 1 ตัว สัตว์ป่าควบคุมที่ต้องแจ้งครอบครอง ได้แก่ เต่าดาวอินเดีย 220 ตัว และสัตว์ป่าควบคุมที่ไม่ต้องแจ้งครอบครอง ได้แก่ ค่าง Black-crested Sumatran Langur อีก 1 ตัว นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์การเลี้ยง ตู้อบสำหรับอนุบาลสัตว์ ตลอดจนกล่องพลาสติกเจาะรู แก้วตวง ผงกลูโคส ไซริงค์ และกระเป๋าเดินทางที่บรรจุขนมเตรียมพร้อมไว้ในลักษณะเดียวกับจุดแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์เตรียมลักลอบขนย้ายสัตว์ป่าออกนอกประเทศอย่างชัดเจน

เบื้องต้น คณะเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาชาวอินเดียทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางที่ผิดกฎหมายทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ในข้อหานำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าควบคุมของกลางที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ชะนีมงกุฎ เต่าหกดำ และเต่าดาวอินเดีย พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้ขออนุมัติพนักงานสอบสวนส่งมอบให้แก่กลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับไปดูแล โดยทีมสัตวแพทย์จะทำการอนุบาลให้สัตว์มีความปลอดภัยและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ปฏิบัติการร่วมกันครั้งนี้สะท้อนถึงการทำงานที่บูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อร่วมกันปกป้องและหยุดยั้งการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายข้ามชาติให้หมดไปตามนโยบายของรัฐบาล.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : ชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดง , ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด