กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เปิดเผยผลการปฏิบัติการเชิงรุกด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าคุ้มครอง หลังได้รับการแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตรวจยึดลิงแสมถูกกักขังซุกซ่อนในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เตรียมขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) จังหวัดพิจิตร วางแผนเข้าตรวจค้นเพิงพักไม่มีเลขที่ บริเวณหมู่ 6 บ้านหนองสะแก ตำบลเนินสว่าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการนำลิงแสมซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองมาซุกซ่อนและกักขังไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งมีลักษณะเป็นเพิงพักเสา 15 ต้น สภาพเปิดโล่ง เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงลิงร้องและพบตะกร้าพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใต้กองไม้ เมื่อเปิดออกพบลิงแสมถูกบรรจุไว้ในถุงตาข่ายสีน้ำเงิน ยัดรวมกันอยู่ในตะกร้าดังกล่าว รวมถึงพบถุงตาข่ายเปล่าและอุปกรณ์อื่นๆ วางอยู่ใกล้เคียง ทั้งนี้ ในขณะเข้าตรวจค้นไม่พบบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่หรือแสดงตัวเป็นผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกตรวจยึดของกลางเพื่อป้องกันการยักย้ายทำลายพยานหลักฐาน
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เปิดเผยว่า “การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเคร่งครัดของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและกวาดล้างการค้าและการครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ประทับช้าง เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดและเจ้าของพื้นที่มาสอบสวนดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป”
สำหรับลิงแสมของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้แก่สัตวแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสุขภาพและตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น ก่อนนำไปฟื้นฟูสภาพร่างกาย ณ ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการลักลอบค้าหรือครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์)
