15 พฤษภาคม 2569 – กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยส่วนจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล เผยผลสำรวจล่าสุดพบประชากรฉลามครีบดำในอ่าวมาหยาหนาแน่นกว่า 140 ตัว พร้อมโชว์ภาพฉลามแรกเกิดว่ายน้ำอวดโฉมริมหาด ย้ำชัดระบบนิเวศฟื้นตัวสมบูรณ์หลังดำเนินโครงการ Shark Watch Project อย่างต่อเนื่อง
นายจินดา ศรีสุพพัตพงษ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจติดตามประชากรและพฤติกรรมธรรมชาติของฉลามครีบดำ (Carcharhinus melanopterus) โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ณ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ พบว่าในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อ่าวมาหยายังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญและมีความหนาแน่นของประชากรฉลามครีบดำในระดับสูง

จากการบินสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 7 วันที่ผ่านมา พบว่าช่วงเวลาเช้ามืดหรือรุ่งสางเป็นช่วงที่ฉลามคึกคักที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยประชากรสูงถึง 120 ตัว และนับได้สูงสุดถึง 140 ตัว เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของการสำรวจในรอบนี้ โดยพฤติกรรมที่น่าสนใจคือการรวมกลุ่มของฉลามตัวเต็มวัยกว่า 20-50 ตัว ที่ว่ายเข้ามาใกล้ชายฝั่งเพื่อไล่ล่าเหยื่อในช่วงที่ไร้การรบกวนจากกิจกรรมท่องเที่ยว

ทางด้านการติดตามด้วยกล้องวิดีโอใต้น้ำ (BRUVS) พบสัญญาณที่น่ายินดีอย่างยิ่งคือประชากรฉลามระยะวัยอ่อนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วง 3-4 เดือนก่อนหน้า โดยสามารถนับฉลามวัยอ่อนในเฟรมภาพเดียวกันได้สูงสุดถึง 11 ตัว นอกจากนี้ จากการเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณหน้าหาด ยังพบฉลามแรกเกิดขนาดเล็กกว่า 30 เซนติเมตร ประมาณ 4-5 ตัว ว่ายหากินในระดับน้ำลึกเพียงข้อเท้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอ่าวมาหยายังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลลูกฉลามตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง

ในส่วนของปัจจัยแวดล้อม นายจินดา ระบุเพิ่มเติมว่า คุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่มีความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 31.67 องศาเซลเซียส และมีค่าออกซิเจนละลายน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งข้อมูลทางวิชาการและพฤติกรรมที่รวบรวมได้ในครั้งนี้ ส่วนจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลจะนำไปวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการพื้นที่และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศต่อไป.
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3
