กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงความคืบหน้ากรณีข้อห่วงใยในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับช้างป่า 3 ตัวที่พบร่องรอยบาดแผลในพื้นที่เขาอ่างฤาไน โดยยืนยันประสานทีมสัตวแพทย์เฝ้าระวังและเร่งติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจในสวัสดิภาพของช้างป่าทุกตัว ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เดินหน้าเก็บหลักฐานพยานเพิ่มเติมหากพบถูกยิงให้แจ้งความดำเนินคดีทันที
นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ได้ส่งทีมสัตวแพทย์ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ลงพื้นที่ตรวจสอบช้างป่าทั้ง 3 ตัวที่ปรากฏในสื่อโซเชียล เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาทันที ซึ่งมีรายละเอียดความคืบหน้ามีดังนี้
- ช้างป่าตัวที่ 1 (กรณีบาดเจ็บ) เจ้าหน้าที่ยังคง “เร่งติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง” แม้ปัจจุบันจะไม่พบร่องรอยอาศัยอยู่ในจุดเดิม แต่ได้จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่รอยต่อ เพื่อเข้าช่วยเหลือรักษาทันทีที่พบตัวฝ
- ช้างป่าตัวที่ 2 (กรณีรอยแผลที่ก้น) สัตวแพทย์ตรวจพบรอยแผลขนาด 1×1 เซนติเมตร ซึ่งเป็น “รอยกระสุนเก่า” ที่สมานตัวแล้ว อย่างไรก็ตามพบว่าช้างอยู่ในสภาวะ “ตกมัน” (ต่อมขมับบวมและมีสารคัดหลั่งไหลชัดเจน) ซึ่งอาจทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต
- ช้างป่าตัวที่ 3 จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ยังคงแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติและเดินออกหากินตามปกติ
ปัจจุบันช้างทั้ง 3 ตัวได้แยกย้ายกันหากินตามปกติในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว “ยกระดับการติดตาม” และประสานสัตวแพทย์ให้เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าดำเนินการรักษาทันที



ทั้งนี้ ขอความร่วมมือชาวบ้านในพื้นที่หรือผู้ที่มีเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำผิด แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562
กรมอุทยานฯ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมเป็นหูเป็นตาและแสดงความห่วงใยต่อสัตว์ป่า โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายกำลังทำงานอย่างเต็มเพื่อดูแลรักษาช้างป่าเหล่านี้ให้ปลอดภัยที่สุด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป
23 เมษายน 2569
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
