• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“อุทยานฯ – กรมป่าไม้” ผนึกกำลังไร้รอยต่อ ลงนาม MOU นำนวัตกรรมอัจฉริยะเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันไฟป่าและหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับ กรมป่าไม้ เพื่อยกระดับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วยนายวีระ ขุนไชยรักษ์ , ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายคติวิช กันธา ผู้แทนสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการขานรับนโยบายการทำงานแบบไร้รอยต่อของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยทั้งสองหน่วยงานจะบูรณาการฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในภาคสนามมีความสะดวก รวดเร็ว และเท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับหัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีเชิงรุก โดยเฉพาะการใช้งาน “ระบบพิทักษ์ไพร” ของกรมป่าไม้ และระบบ “iForMS” (Intelligent Forest Management System) ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่ใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าแบบก้าวหน้า ภายใต้แนวคิด “ตรวจก่อน บุกรุกทีหลัง” โดยระบบจะทำการเปรียบเทียบข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel หรือ Landsat เพื่อหาความแตกต่างของพื้นที่สีเขียว และสร้างจุดแจ้งเตือน (Alerts) โดยอัตโนมัติทันทีที่พบการสูญเสียพื้นที่ป่าหรือการแผ้วถางผิดกฎหมาย ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและยับยั้งเหตุได้ทันท่วงทีก่อนที่การบุกรุกจะขยายวงกว้าง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการจัดฝึกอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่าย โดยข้อตกลงนี้จะมีระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่องรวม 5 ปี

นอกจากประเด็นด้านการป้องกันป่าไม้แล้ว ในวันเดียวกันยังได้มีพิธีลงนามส่งมอบ-รับมอบอาคารหอพรรณไม้ (อาคารเต็ม สมิตินันทน์) และอาคารศูนย์วิจัยและฝึกอบรม (อาคารกริต สามะพุทธิ) เพื่อให้การใช้ประโยชน์อาคารเป็นไปอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่และสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาการโอนส่วนราชการ รวมถึงกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุ โดยกรมป่าไม้จะกลับเข้าใช้ประโยชน์ในอาคารหอพรรณไม้ ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเป็นผู้ดูแลและใช้ประโยชน์ในอาคารศูนย์วิจัยและฝึกอบรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรของทั้งสองหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามในบันทึกส่งมอบ-รับมอบ อาคารหอพรรณไม้ (อาคารเต็ม สมิตินันทน์) และอาคารศูนย์วิจัยและฝึกอบรม (อาคารกริต สามะพุทธิ) ซึ่งในครั้งที่มีการแบ่งส่วนราชการ ทั้งสองอาคารได้อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานฯ โดยกรมอุทยานฯ เป็นหน่วยงานใช้ประโยชน์อาคารหอพรรณไม้ ส่วนอาคารศูนย์วิจัยและฝึกอบรม มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองกรมฯ ซึ่งปัจจุบันกรมป่าไม้มีความประสงค์ใช้ประโยชน์อาคารหอพรรณไม้ และขอคืนพื้นที่ใช้ประโยชน์อาคารศูนย์วิจัยและฝึกอบรม ให้แก่กรมอุทยานฯ ดังนั้น จึงได้มีพิธีส่งมอบ-รับมอบ ระหว่างกัน เพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามพระราชกฤษฎีกาการโอนส่วนราชการ และกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุ เพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานได้ดำเนินการใช้ประโยชน์และดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : ทิวาสันต์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด