• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ “กระรอกขาว” อัญมณีสีงาช้างแห่งเกาะสีชัง

กรมอุทยานฯ ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่ “กระรอกขาว” อัญมณีสีงาช้างแห่งเกาะสีชัง น้อมนำพระราชดำริสู่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ยั่งยืน

วันที่ 27 มีนาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่บนเกาะสีชัง ชูไฮไลต์ “กระรอกขาว” สัตว์ประจำถิ่นหนึ่งเดียวในโลก พร้อมน้อมนำพระราโชบายและสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนของชุมชน

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากการน้อมนำพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้โครงการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี และสนองพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ธนาคารสัตว์ทะเลเกาะสีชัง ในพระราชูปถัมภ์ฯ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 โดยครั้งนั้นได้มีพระราชดำรัสให้ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์กระรอกขาวในพื้นที่เกาะสีชังอย่างเป็นรูปธรรม

กรมอุทยานฯ จึงได้ดำเนิน “โครงการสื่อความหมายธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์กระรอกขาวและสัตว์ป่าคุ้มครองบนเกาะสีชัง” เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีการจัดสร้างจุดเช็กอินและสื่อความหมายธรรมชาติรวม 20 จุดทั่วเกาะ มีสัญลักษณ์สำคัญคือ รูปปั้นจำลองกระรอกขาว บริเวณท่ายายทิม ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่บอกเล่าเรื่องราวของ “กระรอกหลากสีชนิดย่อย” (Callosciurus finlaysonii finlaysonii) ที่มีขนสีขาวนวลคล้ายงาช้างตลอดตัว และพบได้เพียงแห่งเดียวในโลก ณ เกาะแห่งนี้

เส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าวยังเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี นับตั้งแต่การสำรวจครั้งแรกในปี พ.ศ. 2375 โดยนายจอร์จ ฟินเลย์สัน ผ่านจุดสำคัญ อาทิ ช่องอิศริยาภรณ์ และมณฑปรอยพระพุทธบาท สะท้อนภาพลักษณ์การเปลี่ยนผ่านจากการถูกคุกคามในอดีต สู่การได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ จากการสำรวจล่าสุดโดยกลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 พบประชากรกระรอกขาวในธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์อย่างน้อย 176 ตัว กระจายตัวอยู่ตามแนวป่าทางตอนใต้และหาดถ้ำพัง ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชนในการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ

กรมอุทยานฯ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสประสบการณ์ “ตามหากระรอกขาวสีงาช้าง” พร้อมรณรงค์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันรักษาสิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวในโลกชิ้นนี้ให้คงอยู่คู่เกาะสีชังสืบไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด