กรมอุทยานฯ ต้อนรับ รองนายกฯ “สุชาติ” ลงพื้นที่เพชรบุรี ขานรับนโยบายแก้ไฟป่า-จัดการสัตว์ป่ารบกวนชุมชน พร้อมรับมอบเสบียงหนุนขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่
วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควัน PM2.5 โดยมีคณะผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติงานเชิงรุกอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 15 ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
นายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า พร้อมด้วย นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้รายงานผลสำเร็จของมาตรการป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 เชิงรุก ซึ่งได้ดำเนินการตามแผนจัดการเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด โดยตั้งเป้าจัดการเชื้อเพลิง (ชิงเผาตามกำหนดเวลา และชิงเก็บลดเผา) บนเนื้อที่กว่า 26,000 ไร่ ในช่วงก่อนฤดูไฟป่า พร้อมจัดตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าร่วมกับชุมชนรวม 80 จุด (เพชรบุรี 50 จุด และประจวบคีรีขันธ์ 30 จุด) และบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่าย อส.อส. ด้านการป้องกันไฟป่าจำนวน 49 เครือข่าย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน รวมถึงการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ตรวจจับความร้อนมาใช้เพื่อให้ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
สำหรับการจัดการปัญหาลิงแสม ผลสำรวจพบประชากรลิงในจังหวัดเพชรบุรีรวมกว่า 12,230 ตัว โดยเฉพาะบริเวณรอบเขาวังที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมา กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการทำหมันไปแล้วกว่า 5,824 ตัว และในปี 2569 มีแผนทำหมันเพิ่มอีก 1,200 ตัว พร้อมได้รับการสนับสนุนงบประมาณสร้างกรงพักพิงลิงแสม ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จำนวน 4 กรง เพื่อลดความแออัดและจัดการประชากรลิงอย่างเป็นระบบ
ด้านปัญหาช้างป่าและการเยียวยา กรมอุทยานฯ ได้ติดตามผลกระทบในพื้นที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์อย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นได้เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต (เฉพาะพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ดำเนินการเยียวยาแล้วกว่า 4.6 แสนบาท) ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้สั่งการให้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและกระชับขั้นตอนการเยียวยาให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อบรรเทาทุกข์ของประชาชน
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายโดยเน้นย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด รับฟังปัญหาและอุปสรรคจากพื้นที่โดยตรง พร้อมเร่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ และเตรียมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการพิจารณา เพื่อจัดสรรงบประมาณและกำหนดมาตรการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ต่อไป
จากนั้น รมว.ทส. ได้มอบเสบียงและสิ่งของจำเป็นจำนวน 15 ชุด แก่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่รักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป.

