วันที่ 1 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สนับสนุนและผลักดันกิจกรรม “ยุววิจัยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดและเรียนรู้แบบนักวิจัย ที่สอดคล้องกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมชุมชน
กิจกรรมยุววิจัย ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี เกิดจากแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการยกระดับการศึกษา และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่ทุรกันดาร และการพัฒนาที่สอดคล้องสมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่มรดกโลก โดยใช้พื้นที่เรียนรู้หลัก คือ ห้องเรียนธรรมชาติ ที่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่องค์ประธานมูลนิธิภูบดินทร์ ได้สืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของล้นเกล้า รัชกาลที่ 9 สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้เข้าใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเข้าใจแนวทางคนอยู่กับป่าได้อย่างสมดุล ตามที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 10 ได้พระราชทานแนวทางไว้
กิจกรรมดังกล่าวเริ่มต้น เมื่อปี พ.ศ. 2565 ที่โรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านสาละวะ และสาขาบ้านไล่โว่ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และขยายผลไปยังโรงเรียนบ้านหินตั้ง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทิไล่ป้า โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ตั้งคำถามในสิ่งที่สงสัย สำรวจพื้นที่จริง เก็บข้อมูล ทดลอง วิเคราะห์ และนำเสนอผลการศึกษาในรูปแบบโครงงานวิจัย (project base learning)
กิจกรรมนี้ใช้พื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชนที่ประชาชนน้อมสนับสนุน มาปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 9 แนวพระราชดำริ และพัฒนาเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากระบบนิเวศจริง ผ่านกิจกรรมค่ายเยาวชน การถ่ายทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน และให้นักเรียนเข้าไปเรียนรู้และทำโครงงานอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา ซึ่งช่วยปลูกฝังความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ป่าและการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน การใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง และการอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล ซึ่งการดำเนินกิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์
นายอรรถพลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า กิจกรรมดังกล่าวช่วยยกระดับกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน จนปรากฏผลเป็นที่ประจักและยังสร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่อนุรักษ์กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้มอบหมายให้จัดทำคู่มือการดำเนินกิจกรรมเพื่อขยายผลไปยังพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่นทั่วประเทศได้นำไปปรับใช้ตามบริบทของแต่ละชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนนักอนุรักษ์และเครือข่ายชุมชนอย่างเป็นระบบ
ด้านนายธรรมนูญ เต็มไชย หัวหน้า จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้รับสนองพระดำริและร่วมพัฒนากระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว ระบุว่า “ยุววิจัย ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวพระดำริฯ ไม่ใช่เพียงกิจกรรม แต่เป็นนวัตกรรมด้านการศึกษา ที่ทำให้เด็กเรียนรู้จากของจริง มีการสร้างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ และทำให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนผ่านโครงงานของนักเรียนควบคู่กันไป กระบวนการนี้ช่วยลดช่องว่างความเข้าใจ และเป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน.

ภาพ : พชร
