วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านทางสื่อหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.16 น. ระบุว่ามีชาวบ้านแหลมสนรวมตัวร้องเรียนปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขาปากเตรียม จังหวัดระนอง และเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติโดยมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ กรณีมีการแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านในข้อหาบุกรุกและครอบครองพื้นที่อุทยานแหลมสน นั้น

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า กรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกและครอบครองพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน จังหวัดระนองดังกล่าวเป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดบุกรุกป่าทุกราย เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และภายใต้ข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้มอบหมายให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายอย่างจริงจังและเท่าเทียมตามนโยบายรัฐบาลนายกฯอนุทิน
อธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า พื้นที่ดังกล่าวได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2526 ซึ่งได้มีการปิดประกาศพร้อมแนบแผนที่แสดงแนวเขตไว้อย่างชัดเจน โดยผู้นำชุมชนทุกแห่งได้ลงนามรับทราบเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่บุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า จำนวน 3 แปลง คือ แปลง น.ส.3 ก. หมายเลข 915, 916 (แบ่งเป็น 8 แปลงย่อย ประกอบด้วยแปลงหมายเลข 916, 1586, 1587, 1588, 1589, 1590, 1591 และ 1592) และ 917 รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกราย พร้อมอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและผลการแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อดำเนินคดีกับทุกรายรวมถึงกลุ่มทุนทุกกลุ่มทุกแปลงที่บุกรุกเพิ่มเติม นอกจากนี้ จะมีการส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามมาตรา 5 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ทุกคดีอย่างเท่าเทียมกัน

”สำหรับการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิทางที่ดิน พบว่ามีการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่สภาพป่าอุทยานแห่งชาติแหลมสนโดยมิชอบ ผลการแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังไม่ปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีกทั้งมีการแจ้งครอบครอง (แบบ ส.ค.1) เกินกว่าเนื้อที่จริงเป็นจำนวนมาก ทางกรมอุทยานฯ จึงได้รวบรวมหลักฐานส่งให้กรมที่ดินเพื่อดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบแล้ว จำนวน 19 แปลง จากทั้งหมด 29 แปลง พร้อมทั้งได้แจ้งความดำเนินคดีในแปลง น.ส.3 ก. ทั้ง 3 แปลงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว”นายอรรถพล กล่าว
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอความร่วมมือประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และเตือนว่าการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอาจมีความผิดตามกฎหมาย
ข่าว : น้ำเพชร
