• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ชูนวัตกรรม AI และเทคโนโลยี LiDAR ปฏิวัติการสำรวจป่าไม้ไทย ยกระดับความแม่นยำสูง ช่วยประเมินการดูดซับ CO₂ ของป่า

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงความสำเร็จในการยกระดับการจัดการทรัพยากรป่าไม้ไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผ่านการบูรณาการนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหลักในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ (Greenhouse Gas Inventory) รวมถึงการกำหนดระดับอ้างอิงภาคป่าไม้ (Forest Reference Level: FRL) และระดับการปล่อยอ้างอิงภาคป่าไม้ (Forest Reference Emission Level: FREL) ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญที่ต้องมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ ตามกรอบแนวทางการตรวจวัด การรายงาน และการทวนสอบ (MRV) ตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

​​สำหรับการดำเนินงานครั้งสำคัญนี้ จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน แผนการสำรวจทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ ครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2569 – 2571) ซึ่งกำหนดระยะสำรวจ 5×5 กิโลเมตร ในพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ ภายใต้ความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพของ 3 หน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กรมป่าไม้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ป่าชายเลน โดยทั้ง 3 หน่วยงานจะใช้รูปแบบและวิธีการสำรวจในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและแม่นยำที่สุด

นายอรรถพลระบุว่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบด้วย LiDAR (Light Detection and Ranging) ซึ่งเป็นการยิงเลเซอร์จากอากาศยานร่วมกับ 3D Laser Scanner ภาคพื้นดินที่มีระบบSLAM Technology ทำให้สามารถสร้างแบบจำลองป่าไม้ 3 มิติ แสดงโครงสร้างเรือนยอดและความสูงของต้นไม้ได้อย่างละเอียดระดับเซนติเมตร ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะถูกนำไปบูรณาการเข้ากับข้อมูลภาคสนามผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ Machine Learning เพื่อประเมินปริมาณมวลชีวภาพ การกักเก็บคาร์บอน และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทลายขีดจำกัดด้านงบประมาณและเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง

นวัตกรรมเหล่านี้นอกจากจะเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการสำรวจแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลผ่านรายงาน National Forest Inventory (NFI) และ Global Forest Resources Assessment (FRA) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต เพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้ของไทยเป็นกลไกหลักในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ตามมาตรฐานต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด