วันพฤหัสบดี, กันยายน 23, 2021

ปักหมุด ‘ป่าแก่งกระจาน’ ผุดจุดท่องเที่ยวมรดกโลก พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ให้ชุมชน

นายคมกริช เศรษบุปผา ผู้อำนวยการส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ผ่านระบบทางไกล โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ ได้มีมติขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สำหรับกลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรีมีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ หรือ 4,089 ตารางกิโลเมตร มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่มากกว่า 200 กิโลเมตร จากตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในเขตนิเวศอินโดมาลายัน ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภูมิศาสตร์ย่อยของพืชพันธุ์สัตว์ป่าหลายเขตมาประจบกัน อีกทั้งยังเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องไปกับเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย และยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก

“สำหรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม จะเน้นรูปแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เกี่ยวกับระบบนิเวศ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยต่อยอดการเสริมรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น จากของเดิมที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ก็ได้รับความร่วมมือสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งจากประชาชน ชุมชน องค์กรภาคีต่างๆ โดยในช่วงรับฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ จะเน้นดำเนินการใน 2 กิจกรรมสำคัญ คือ

การพัฒนาพื้นที่กางเต็นท์ กิจกรรมล่องแพ และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.10 (ห้วยแม่สะเรียง) มีสำนักอุทยานแห่งชาติ รับผิดชอบดำเนินการ และ การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม ของชุมชนชาวบ้านบางกลอยล่าง โดยจะมีสถาบันการที่มีการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นผู้ดำเนินการ” ทั้งนี้เพื่อให้มีแผนการดำเนินการ ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนในระยะยาว

นายคมกริช กล่าวต่อไปว่า “สำหรับแนวทางดำเนินการนั้น สำนักอุทยานแห่งชาติ โดยส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ และส่วนพัฒนาอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนแผนงาน ได้มีการลงพื้นที่หมู่บ้านบางกลอยล่าง เป็นที่เรียบร้อย พร้อมสรุปผลรายงานเบื้องต้น ใน 6 แนวทางดำเนินการสู่การพัฒนาตามแผน ประกอบด้วย

  1. กำหนดแผนงานโครงการ โดยการกำหนดกิจกรรม ระยะเวลา พร้อมงบประมาณ ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบและภาพรวมดำเนินงาน
  2. การหาแนวร่วม ภาคีเครือข่าย เตรียมความพร้อมของชุมชนในการพัฒนาการกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การฝึกฝีมือและอาชีพต่างๆ การให้บริการการท่องเที่ยว การส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น”
    ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางที่
  3. การประกอบกิจกรรมล่องแพ ซึ่งต้องประสานกับชุมชน รวมถึงมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ให้บริการ เพื่อกระจายรายได้และผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
  4. การให้บริการพื้นที่ลานกางเต็นท์ จะต้องมีการสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม หรือปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ที่มีอยู่ ให้สามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวได้ตามความเหมาะสม ซึ่งในส่วนพัฒนาอุทยานแห่งชาติได้ลงพื้นที่สำรวจ และวางแผนในการออกแบบก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  5. จัดระบบป้ายสื่อความหมาย ซึ่งส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ กำลังดำเนินการกำหนดและออกแบบป้ายสื่อความหมายทั้งในส่วนของการติดตั้งบริเวณพื้นที่ลานกางเต็นท์ และบริเวณหมู่บ้าน
  6. ก่อนที่เริ่มกิจกรรมการท่องเที่ยว จำเป็นต้องจัดประชุมชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจและหาแนวร่วม ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมการล่องแพ การนำเที่ยวชมหมู่บ้านดูงานจักสาน ดูงานเกษตรตามแนวพระราชดำริ เยี่ยมสวนผลไม้ เป็นต้น

“ จากเป้าหมายสำคัญ คือ ความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดังนั้น สำนักอุทยานแห่งชาติ จึงเน้นยึดหลัก การคัดสรร “ของเดิมที่มีอยู่” แล้วสื่อสารกับชาวบ้าน ชุมชน ให้พยายามคิดค้น สร้างสรรค์ สินค้าและบริการ เพื่อปูทางสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชิงนิเวศที่มาช่วยเพิ่มรายได้ และนำผลตอบแทนนั้นมาบำรุงรักษาและจัดการแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้ความร่วมมือ ความรัก หวงแหนและเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด