กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 26-27 กันยายน 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.)
นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เปิดเผยว่า “ตามนโยบายเร่งด่วนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการดูแลและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ได้บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยส่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจทั้งการประกอบอาหารสดใหม่และการสนับสนุนกำลังพล Rescue เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที”
สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระ ได้ตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ ณ บริเวณหมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี เพื่อปรุงอาหารสุกใหม่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย โดยในเช้าวันที่ 27 กันยายน ได้จัดทำอาหารกล่องจำนวน 600 กล่อง เช่น ผัดพริกแกงหมูและไก่ คั่วกลิ้งหมูสับ และคะน้าหมูชิ้น เมื่อรวมกับยอดการแจกจ่ายเมื่อวันที่ 26 กันยายน จำนวน 800 กล่อง ทำให้ยอดรวมการช่วยเหลือด้านอาหารตลอด 2 วัน สูงถึง 1,400 กล่อง และยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดระยอง อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 20 นาย พร้อมยานพาหนะ รถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน และรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ 2 คัน สนธิกำลังร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านนา อำเภอแกลง ร่วมกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อสร้างแนวกั้นน้ำ รวมถึงลงพื้นที่ตามชุมชนและซอยต่างๆ ช่วยอพยพประชาชน กลุ่มผู้สูงอายุ และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ยังได้ร่วมลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) และหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด.
