• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานฯ​ สั่งเร่งติดตามช่วย “พลายงาบิด” ช้างป่าบาดเจ็บ งาหัก-ขาบวม หวั่นป่าทึบ เป็นอุปสรรคทีมสัตวแพทย์

อธิบดีกรมอุทยานฯ​ สั่งเร่งติดตามช่วย “พลายงาบิด” ช้างป่าบาดเจ็บ งาหัก-ขาบวม หวั่นป่าทึบ ช้างป่าจำนวนมาก เป็นอุปสรรคเข้ารักษาของทีมสัตวแพทย์

นายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการภาคสนามเร่งติดตามและเตรียมให้การช่วยเหลือ “พลายงาบิด” ช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บ หลังพบมีลักษณะบาดเจ็บบริเวณงาและขา โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์และหาวิธีเข้ารักษาอย่างปลอดภัย เนื่องจากช้างอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่ารกทึบและมีช้างป่าโขลงอื่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

นายอรรถพล​ เปิดเผยว่า​ จากรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. จนถึงเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่นำโดย นายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พร้อมเจ้าหน้าที่ สัตวแพทย์จาก สบอ.2 สัตวแพทย์กะบกคู่ เจ้าหน้าที่ชุดสนามชัย และเจ้าหน้าที่ชุดท่าตะเกียบ ลงพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินอาการและติดตามตำแหน่งของช้าง

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 18 ก.ย. เจ้าหน้าที่พร้อมทีมสัตวแพทย์เข้าสำรวจพื้นที่และติดตามอาการของช้างป่าอีกครั้ง พบว่าช้างได้เคลื่อนย้ายออกจากจุดที่พบเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับแผนการติดตาม โดยจัดกำลังลาดตระเวนค้นหาตัวช้างอย่างต่อเนื่อง หากพบตัวจะรายงานให้หัวหน้าเขตและทีมสัตวแพทย์ทราบทันที เพื่อประเมินอาการและวางแนวทางการรักษา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ช้างป่าตัวดังกล่าวคือ “พลายงาบิด” มีลักษณะการบาดเจ็บบริเวณงา โดยงาหัก และพบอาการบวมบริเวณขา ลักษณะบาดเจ็บโดยรวมมีความเป็นไปได้ว่า อาจเกิดจากการปะทะหรือชนกับช้างตัวอื่น อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการประเมินของเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์

ขณะนี้เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์พยายามเข้าถึงตัวพลายงาบิดเพื่อให้การรักษา เนื่องจากเป็นช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บและยังคงอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ป่า 3K ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่

ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ​ ได้กำชับถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และช้างป่า เนื่องจากการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าวมีอุปสรรคหลายประการ ทั้งสภาพป่าที่รกทึบและมีช้างป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการติดตามและเข้าใกล้ตัวช้าง เพื่อป้องกันอันตรายทั้งต่อเจ้าหน้าที่ ทีมสัตวแพทย์ และพลายงาบิด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงจัดกำลังลาดตระเวนติดตามตำแหน่งของพลายงาบิดอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานข้อมูลกับหัวหน้าเขตและทีมสัตวแพทย์ หากพบตัวช้างจะเร่งประเมินอาการและพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม โดยจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป.

ข่าว : น้ำเพชร
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด