อุทยานแห่งชาติไทรโยค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือลูกช้างป่าเพศผู้ อายุไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังพลัดหลงจากโขลงบริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2569 โดยเร่งเคลื่อนย้ายลูกช้างซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤตและอิดโรย ออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก มายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อรับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยคที่ ทย.5 (แม่น้ำน้อย) ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบลูกช้างป่าพลัดหลงบริเวณตลิ่งห้วยแม่น้ำน้อย เจ้าหน้าที่จึงเดินทางเข้าพื้นที่ทางเรือ ซึ่งใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นพื้นที่ยากต่อการเข้าถึง จากการเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดคืน พบลูกช้างส่งเสียงร้องหาแม่เป็นระยะ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับ คาดว่าถูกกระแสน้ำพัดพาแยกจากโขลงมาประมาณ 2 วัน เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้นำนมมาป้อนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อประทังชีวิต
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ทีมสัตวแพทย์ได้เข้าประเมินอาการพบว่า เป็นลูกช้างป่าเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม อยู่ในสภาพอิดโรย ขาดน้ำอย่างรุนแรง ปากเป็นแผลพุพองและร้อนใน ทำให้กินนมได้น้อย เยื่อบุตาอักเสบ และมีแผลที่สะดือ ทีมสัตวแพทย์ประเมินว่าอยู่ในภาวะวิกฤต จึงได้เคลื่อนย้ายมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยคเพื่อวางแผนการช่วยเหลือ
นายพีร พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า “ขณะนี้อุทยานแห่งชาติไทรโยคได้จัดตั้งคอกพักชั่วคราว พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อรอบบริเวณ และจัดเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนเวรดูแลลูกช้างป่าตลอด 24 ชั่วโมง โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทีมสัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อส่งตรวจหาเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้างเด็ก (EEHV) ในระหว่างรอผลตรวจจะให้ลูกช้างอยู่ภายในคอกกักกันโรคเพื่อเฝ้าระวังอาการต่อไป”
อุทยานแห่งชาติไทรโยคและทีมสัตวแพทย์จะร่วมกันติดตามอาการและรักษาลูกช้างป่าตัวดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ลูกช้างมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยตามหลักสวัสดิภาพสัตว์.
ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติไทรโยค
