กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) และกลุ่มจิตอาสา ลงพื้นที่กู้ชีพและติดตามอาการช้างป่าอาวุโส “DY M 001” หลังได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1362 เผยพบแผลหนองและร่องรอยบาดเจ็บรอบตัว ร่างกายซูบผอมเนื่องจากฟันเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย ด้านสัตวแพทย์เร่งอัดวิตามินบำรุงพร้อมวางแผนโภชนาการสำหรับช้างชรา ย้ำจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
7 มิถุนายน 2569 – นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ กรณีที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ว่าพบช้างป่าได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ตัว อาศัยอยู่บริเวณตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ พร้อมด้วย นางสาวอภิญญา ปิติพัตรา ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาพระยา และนางสาวพรรณราย ว่องวัฒนกิจ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิความร่วมมือกับกลุ่มจิตอาสาภาคประชาชน ได้แก่ เพจตามรอยช้างป่า, เพจจิตอาสาเพื่อสัตว์ป่า และกลุ่มแบ่งปัน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในทันที เพื่อวางแผนเยียวยาช้างป่าตัวดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว
จากการเข้าตรวจสอบและประเมินสุขภาพภายนอกโดยทีมสัตวแพทย์อย่างละเอียด พบว่าช้างป่าตัวนี้เป็นช้างป่าเพศผู้ ทะเบียนหมายเลขประจำตัว DY M 001 มีอายุประเมินอยู่ระหว่าง 50 – 60 ปี ซึ่งจัดอยู่ในช่วงวัยชรา สำหรับพฤติกรรมโดยรวมนั้น ช้างป่ายังคงมีความตื่นตัวและสนใจสิ่งแวดล้อมดี สามารถเดินหากินได้ตามระยะทางที่ร่างกายเอื้ออำนวยและมีความอยากอาหารสูง แต่ด้วยวัยที่มากจึงพบพฤติกรรมชอบนอนตะตะแคงแช่ตัวในบ่อน้ำตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเกือบเย็น โดยมีการสลับฝั่งนอนซ้ายและขวาเพื่อบรรเทาอาการป่วยและความร้อน ขณะที่การเคลื่อนไหวพบว่าช้างยังสามารถใช้ขาทั้ง 4 ข้างรับน้ำหนักและก้าวเดินได้ แต่ลักษณะการเดินเป็นไปอย่างช้าๆ ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนช้างวัยรุ่น
ในส่วนของระบบย่อยอาหารและโภชนาการ ทีมสัตวแพทย์ประเมินคะแนนความสมบูรณ์ของร่างกาย (Body condition score) อยู่ที่ 2.5 จากเต็ม 5 คะแนน ซึ่งถือว่ามีสภาพซูบผอมเล็กน้อย โดยเมื่อตรวจสอบระบบขับถ่ายพบอุจจาระมีลักษณะหยาบกว่าปกติ อาหารบางชนิดไม่ผ่านการบดเคี้ยวและย่อยได้น้อยจนออกมามีสภาพคล้ายตอนกินเข้าไป เนื่องจากสภาพฟันที่เสื่อมลงตามอายุขัย สำหรับสภาพบาดแผลตามร่างกาย พบบาดแผลรูขนาดเล็กบริเวณด้านบนลำตัวและสะโพกฝั่งซ้ายซึ่งมีปากแผลสีขาวและไม่มีอาการบวม ส่วนด้านบนลำตัวฝั่งขวาพบรูขนาดเล็กเนื้อเยื่อสีคล้ำ และที่น่ากังวลคือพบแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณสะโพกด้านขวาซึ่งเป็นแผลเก่า มีหนองสีขาวไหลออกมาและมีอาการบวมรอบแผลเล็กน้อย สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ช้างพยายามลงไปแช่น้ำเพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองและเจ็บปวดจากบาดแผลนี้
นายสมส่วน ระบุว่า เพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูสุขภาพของช้างป่าอาวุโสตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งดำเนินการให้การรักษาในเบื้องต้น โดยทีมสัตวแพทย์ได้จัดวิตามินบำรุงร่างกายพร้อมอาหารเสริมที่มีสรรพคุณในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเร่งการสมานแผล โดยใช้วิธียัดไส้ในอาหารให้ช้างกินตามปริมาณที่กำหนด พร้อมกันนี้ได้ประสานงานจัดกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ดำเนินการติดตาม คอยประเมินอาการ และสังเกตพฤติกรรมของช้างป่า DY M 001 อย่างใกล้ชิดเพื่อรายงานตรงต่อทีมสัตวแพทย์
นอกจากนี้ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ยังได้ร่วมกันวางแผนการจัดการด้านอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมกับช้างป่าอายุมากในระยะยาว เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและเพิ่มน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อไป ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนผู้แจ้งเบาะแสและกลุ่มจิตอาสาทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจในการพิทักษ์สัตว์ป่า โดยทางหน่วยงานจะรายงานความคืบหน้าของอาการให้ทราบอย่างเป็นทางการเป็นระยะ
#ช้างป่าบาดเจ็บ #ช่วยช้างป่าดงใหญ่ #ช้างป่าละหานทราย #สายด่วน1362 #กรมอุทยานแห่งชาติ #สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า #จิตอาสาเพื่อสัตว์ป่า #ทีมสัตวแพทย์กรมอุทยาน #อนุรักษ์สัตว์ป่า #บุรีรัมย์
#AnimalCare #DNP1362 #DNPnews #สายด่วน1362 #WildlifeRescueTH #WildlifeRehab #SaveWildlife
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่
