• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ขสป.สลักพระ​ เผยผลตรวจสอบซากช้างป่า​ คาดดันเสาไฟก่อนใช้งวงดึงสายจนไฟซ็อตเสียชีวิต​ พบงายังอยู่ครบทั้ง​ 2 กิ่ง

เกิดเหตุสลดในพื้นที่แนวเขตป่า เมื่อช้างป่าหนุ่มอายุราว 25-30 ปี เดินออกนอกเขตป่าก่อนใช้งวงดึงสายไฟแรงต่ำ จนถูกไฟฟ้าดูดล้มเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่รุดชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต​ และดำเนินการฝังกลบตามหลักวิชาการแล้ว

​วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ กรณีพบซากช้างป่าเพศผู้ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณบ้านท่ามะนาว หมู่ที่ 2 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

​ล่าสุด นายชุมพล แก้วเกตุ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและผ่าพิสูจน์ซากช้างป่าตัวดังกล่าว พบว่าเป็นช้างป่าเพศผู้มีงา อายุประมาณ 25-30 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นกำลังเติบโต​ ผลการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้น พบสายไฟฟ้าพาดผ่านบริเวณข้อเท้าหน้าและข้อเท้าหลังด้านซ้าย​ ปลายงวงมีรอยไหม้ เนื้อตาย และผิวหนังพุพอง บริเวณมุมปากมีรอยไหม้สีดำคล้ำ (Blackened burn lesion) ส่วนลิ้นมีสีดำสนิท เนื่องจากมีเลือดคั่ง​ เมื่อผ่าเปิดชั้นใต้ผิวหนัง พบของเหลวใสผสมเลือดสีคล้ำไหลออกมาจำนวนมาก ผิวหนังบริเวณขาหนีบ รักแร้ และรอบรูทวารพุพองแยกตัวออกจากชั้นกล้ามเนื้อ

​คณะเจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นร่วมกันว่า สาเหตุการตายเกิดจาก “ไฟฟ้าดูด (Electrocution)” โดยคาดว่าช้างป่าตัวนี้อาจเดินไปดันเสาไฟฟ้าแรงต่ำในบริเวณดังกล่าวจนเอนเอียง ทำให้สายไฟหย่อนลงมา และมีการดึงสายไฟจนเกิดอุบัติเหตุถูกไฟช็อตเสียชีวิตทันที

ต่อมา เจ้าหน้าที่นำเครื่องสแกนวัตถุเข้าตรวจสอบทั่วบริเวณโดยรอบ แต่ไม่พบสัญญาณเตือนของโลหะหรือวัตถุแปลกปลอมใดๆ โดย​ “งาทั้ง 2 กิ่ง” ของช้างป่ายังคงอยู่ครบถ้วนในสภาพสมบูรณ์​ จากสภาพแวดล้อมทั้งหมดชี้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความใกล้ชิดระหว่างชุมชนและเส้นทางหากินของช้างป่า

​เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการถอดงาช้างทั้ง 2 กิ่ง พร้อมจัดทำบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตามระเบียบของทางราชการ

​สำหรับซากช้างป่า หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการชันสูตรแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทำลายซากโดยวิธีการฝังกลบตามหลักวิชาการในพื้นที่ดอนที่น้ำท่วมไม่ถึง มีการโรยปูนขาวรอบบ่อและกลบดินพูนหลุมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและการคุ้ยเขี่ยจากสัตว์อื่น พร้อมทั้งเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้าเรียบร้อยแล้ว.

​ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด