• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รมว.สุชาติ ชูโมเดลป่าชุมชน ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากคู่สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ด้านกรมอุทยานฯ ร่วมป้องผืนป่ารอยต่อ ดับไฟป่า-ดูแลช้างป่า เคียงข้างชาวบ้าน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ เปิดงาน “วันป่าชุมชนแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “สร้างสุข สร้างรายได้ สร้างอนาคต” โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ ศูนย์สมุททานุภาพกองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี

พร้อมระบุรัฐบาลให้ความสำคัญกับการให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 ล้านไร่ ประชาชนได้ประโยชน์กว่า 5 ล้านครัวเรือน นอกจากจะเป็นแหล่งรายได้แล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการกักเก็บคาร์บอนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ภายในงานมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมฯ

นายอรรถพลฯ ได้เปิดเผยว่า ในอดีตภาพจำของกฎหมาย อาจมองว่ากรมอุทยานฯ ดูแลเฉพาะป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวนรักษาที่เข้มงวด แยกส่วนกับป่าชุมชนของกรมป่าไม้ แต่ในความเป็นจริง กรมอุทยานฯ ได้ปรับบทบาทเข้ามาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ผืนป่ารอยต่อทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด

การทำงานร่วมกันในภาพรวมของกรมอุทยานฯ มุ่งเน้นการส่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าข้างเคียง เข้าไปสนับสนุนเครือข่ายป่าชุมชนในภารกิจสำคัญรอบด้าน ทั้งการร่วมลาดตระเวนและทำแนวกันไฟเพื่อเฝ้าระวังการบุกรุกและดับไฟป่าอย่างทันท่วงที ช่วยลดต้นตอปัญหาหมอกควัน PM2.5 ในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าบริหารจัดการและระงับปัญหาระหว่างคนกับสัตว์ป่า ในกรณีที่มีช้างป่าออกนอกแนวเขตเข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน เพื่อลดความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับป่าชุมชนสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเชื่อมโยงผืนป่าอนุรักษ์และป่าชุมชนให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติและแหล่งเรียนรู้ทางชีวภาพ ซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนตรงสู่กระเป๋าของคนในชุมชน

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เน้นย้ำว่า วันนี้ป่าอนุรักษ์และป่าชุมชนไม่ได้แยกขาดจากกันอีกต่อไป แต่ทำหน้าที่สนับสนุนและเป็นลมใต้ปีกให้พี่น้องเครือข่ายป่าชุมชน เพื่อให้ผืนป่าไทยเกิดความสมบูรณ์ในภาพรวม และประชาชนสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยภายในงานกรมป่าไม้ยังมีการมอบถ้วย โล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินอุดหนุนให้แก่เครือข่ายป่าชุมชนต้นแบบ 4 ภาค ร่วมสนับสนุนในฐานะพี่เลี้ยงทางวิชาการ เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์และบริการจากป่าชุมชนเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : ชินวร , มรุพงษ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด