เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เดินทางลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์และเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ นางสาวดวงสุดา สำเภาทอง เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ที่ประสบเหตุถูกช้างป่า “สีดอดื้อ” เข้าทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดน พร้อมมอบเงินกองทุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ สบอ.9 และสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ชุดปฏิบัติการ ณ จุดชมวิวผามะนาว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม
จากการสอบถาม นางสาวดวงสุดา สำเภาทอง เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความมืดในป่าลึกใกล้แนวชายแดน เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ทันทีที่ได้รับแจ้งจากหน่วยทหารในพื้นที่ว่ามีช้างป่าเข้ามาในเขตปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ อส. 6 นาย และทีมงานสมทบอีก 4 นาย จึงรีบเดินทางเข้าตรวจสอบ ทว่าสถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เมื่อช้างป่าตัวใหญ่ที่รู้จักกันดีในนาม “สีดอดื้อ” เกิดอาการตื่นตกใจจากการถูกผลักดัน ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่พยายามวิ่งหลบหนี แต่นางสาวดวงสุดาวิ่งหนีไม่ทันจึงถูกช้างชนและเตะจนล้ม จากนั้นช้างได้เข้าคร่อมตัวเจ้าหน้าที่ไว้และพยายามเตะซ้ำหลายครั้ง
แต่ด้วย “ปฏิภาณไหวพริบ” และความกล้าหาญอันเด็ดเดี่ยวของชุด อส. ที่เห็นเหตุการณ์ จึงได้ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตพุ่งเข้าใส่ช้างป่า โดยใช้เพียง “ไม้ไผ่” เข้าไปตีสกัดที่ขาเพื่อกันตัวออกมา และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในบริเวณนั้น ได้ช่วยกันตะโกนเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อ “เจ้าดื้อ” ทำให้ช้างป่าเริ่มดึงสติกลับมา ช้างจึงหยุดชะงัก หันกลับมามอง แล้วยอมผละเดินจากไป ทำให้สามารถช่วยชีวิตเจ้าหน้าที่ไว้ได้อย่างหวุดหวิด โดยนางสาวดวงสุดามีเพียงอาการบาดเจ็บฟกช้ำตามร่างกายเท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถยนต์ฝ่ายความมั่นคงนำตัวส่งโรงพยาบาลพนมดงรักทันที ซึ่งล่าสุดผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ไม่พบกระดูกแตกหักหรืออาการช้ำในรุนแรง แพทย์จึงอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านพักได้
นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สบอ.9 ได้กล่าวชื่นชมในความกล้าหาญและการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าของเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เนื่องจากภารกิจผลักดันช้างป่าในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ ชุมชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงยึดแนวทาง “การอยู่ร่วมกันอย่างละม่อม” โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่สร้างความตื่นตระหนกแก่สัตว์ป่า แต่ใช้วิธีสื่อสารและผลักดันด้วยความเข้าใจ ซึ่งปกติแล้วสีดอดื้อไม่มีพฤติกรรมดุร้าย คาดว่าเหตุครั้งนี้เกิดจากความเครียดเฉพาะหน้า
ต่อมา ผอ.สบอ.9 ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณฐานปฏิบัติการ 82 โดยมีเจ้าหน้าที่ อส.ตาเมียง ชุดที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมนำชี้จุดและรายงานลำดับเหตุการณ์ ทั้งนี้ สบอ.9 ได้เล็งเห็นว่า ต้นเหตุสำคัญที่ดึงดูดช้างป่าคือกลิ่นอาหารจากโรงครัวชั่วคราวของหน่วยทหาร เบื้องต้นจึงได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาของหน่วยความมั่นคง เพื่อขอความร่วมมือปรับปรุงโรงเสบียงให้เป็นอาคารคอนกรีตที่มั่นคงแข็งแรงและปิดกั้นกลิ่นอาหารอย่างมิดชิด เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน
ในช่วงท้ายของภารกิจ นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สบอ.9 และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญในพื้นที่รับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ได้แก่ ปราสาทตาควาย และบริเวณเนิน 350 ในเขตตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก รวมถึงปราสาทคนา ในเขตตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมและวางแนวทางดูแลรักษาความปลอดภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
ล่าสุด อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีข้อสั่งการสำคัญ ยกระดับให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ โดยสั่งการให้สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ (ร่วมกับกลุ่มวิศวกร) สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และสำนักอุทยานแห่งชาติ เร่งประสานงานร่วมกันเพื่อเข้ามาวางผังพื้นที่ เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ชายแดนกัมพูชาแถบอีสานใต้ ซึ่งมีความงดงามทางธรรมชาติและมีศักยภาพสูง ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางยุทธศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างเป็นระบบ
สำหรับแผนผังเส้นทางท่องเที่ยวเชิงยุทธศาสตร์นี้ จะเป็นการเชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ผามะนาว เนิน 350 และภูมะเขือ เข้ากับพื้นที่เชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติอย่างช่องตาเมียง ช่องอานม้า หรือช่องบก เพื่อให้เห็นภาพการพัฒนาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายป่าไม้ ช้างป่า และนักท่องเที่ยว สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)
