15 พฤษภาคม 2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) สนองนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้าช่วยบริหารจัดการพื้นที่รอยต่อผืนป่าและชุมชน

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ในสังกัดประกอบด้วย นายจิระเดช บุญมาก ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วยกำลังพลจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ดำเนินการสำรวจประชากรช้างป่าที่ออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ บริเวณสวนป่าห้วยระบำ จังหวัดอุทัยธานี และพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากฝ่ายปกครองและท้องถิ่น โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เดินทางมาเป็นประธานและร่วมติดตามการทำงาน พร้อมด้วย นายนครินทร์ สุทัตโต ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี นายอำเภอลานสัก หัวหน้าสวนป่าห้วยระบำ องค์การบริหารส่วนตำบลระบำ ตลอดจนภาคประชาชนและทีมอาสาเฝ้าระวังช้างป่า (Elephant Guard) ร่วมบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิด

นางชยาภร กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีแนวเขตติดต่อกับชุมชนและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านเป็นระยะทางยาว ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ช้างป่าออกนอกพื้นที่อยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณสวนป่าห้วยระบำ ซึ่งเดิมทีทราบว่ามีช้างป่าอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่เคยมีการประเมินประชากรที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงได้นำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ตรวจจับความร้อน จำนวน 6 ตัว ขึ้นบินปูพรมพร้อมกันในพื้นที่เป้าหมายจำนวน 6 จุด เพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำและเพื่อให้ได้สถิติที่แม่นยำที่สุด

ผลการลุยปฏิบัติงานตลอด 2 วัน เจ้าหน้าที่สามารถสำรวจพื้นที่ครอบคลุมเนื้อที่ 24 ตารางกิโลเมตร และตรวจนับประชากรช้างป่าได้อย่างแม่นยำรวมทั้งสิ้น 72 ตัว นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดประชุมร่วมกับชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สัตว์ป่ารบกวนประชาชนตามนโยบายของกรมอุทยานฯ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปรับปรุงแหล่งน้ำ แหล่งอาหารในป่าลึก พร้อมจัดทำระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าร่วมกับชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าของชุมชนไปแล้วบางส่วน

ข้อมูลประชากรช้าง 72 ตัว รวมถึงเส้นทางการเคลื่อนย้ายและพฤติกรรมการใช้พื้นที่ในครั้งนี้ จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อประเมินศักยภาพการรองรับของพื้นที่ สู่การวางแผนเฝ้าระวังและบริหารจัดการช้างป่าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยหลังจากนี้ สบอ.12 มีแผนที่จะขยายผลส่งเจ้าหน้าที่ลุยสำรวจประชากรช้างตลอดแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และแนวเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงพื้นที่ภายในป่าลึก เพื่อให้ได้ตัวเลขประชากรช้างป่าที่ชัดเจนที่สุดในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
