เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต สนองนโยบาย รมว.ทส. และกรมอุทยานฯ ยกระดับลาดตระเวนเข้มช่วงสงกรานต์ รวบชายวัย 49 คาป่าห้วยกวางโตน หลังก่อเหตุจุดไฟเผาป่าหวังล่อสัตว์ออกมาให้ยิง ตะลึงพบของกลางครบชุด ทั้งปืน-กระสุน-เสบียง ยันอุปกรณ์เสพยาบ้า ส่งดำเนินคดีหนัก 4 ข้อหา
นายณัฐวุฒิ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ที่สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกัน ปราบปราม และควบคุมการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว ซึ่งมักมีการลักลอบจุดไฟป่าและล่าสัตว์เพิ่มขึ้น จึงกำชับให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพื่อเฝ้าระวังภัยพิบัติไฟป่าและการล่าสัตว์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ล่าสุด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.50 น. ของวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยกวางโตน ป่าด้านทิศใต้บ้านห้วยไผ่เหนือ หมู่ 8 ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย พบกลุ่มควันและเปลวไฟป่าลุกไหม้เป็นทางยาว
เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเป็นฝีมือของพรานป่าที่ลักลอบจุดไฟเผาเพื่อบีบให้สัตว์ป่าหนีออกมาจากที่ซ่อน จึงวางแผนกระจายกำลังดักซุ่มโดยรอบ ต่อมาพบชายรายหนึ่งเดินส่องไฟฉายคาดศีรษะ ถืออาวุธปืนยาวท่าทางเตรียมพร้อมยิงเดินเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ผู้ต้องสงสัยเห็นท่าไม่ดี พยายามวิ่งหนีฝ่าความมืดไปได้ประมาณ 50 เมตร ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด
ทราบชื่อภายหลังคือ นายสุขสันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี จากการตรวจค้นพบของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 9 นัด, อุปกรณ์เสพยาบ้า 1 ชุด, มีดปลายแหลม, ขวาน และอุปกรณ์เดินป่า (เปลนอน, ข้าวสาร, เสบียงอาหารสำเร็จรูป)
เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาหนักตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ใน 4 มาตราหลัก ได้แก่ มาตรา 12 (ฐานล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง), มาตรา 53 (เข้าเขตฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต), มาตรา 54 (ล่าสัตว์ในเขตฯ) และมาตรา 55 (เผาป่าและทำลายระบบนิเวศ) ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองหิน เพื่อขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ ทางหน่วยงานยืนยันว่าจะยังคงเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เพื่อรักษาผืนป่าและป้องกันเหตุอัคคีภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนตามนโยบายของกระทรวงฯ อย่างเคร่งครัด.

