เจ้าหน้าที่ดับไฟป่ากรมอุทยานฯ สนธิกำลังดับไฟป่าเชียงใหม่-ลำพูนต่อเนื่อง พบ “หาของป่า-แกล้งจุด” ยังเป็นสาเหตุหลัก ทำพื้นที่เสียหายจำนวนมาก
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) รายงานสถานการณ์การปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าประจำวันที่ 11 เมษายน 2569 ตรวจพบจุดความร้อนกระจายตัวในหลายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานต้องทำงานแข่งกับเวลาท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและภูมิประเทศที่สูงชัน
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณทิศเหนือวัดพระธาตุดอยสุเทพ เจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานบูรณาการรวมกว่า 150 นาย พร้อมประสานเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ปภ. เข้าสนับสนุนการตักน้ำดับไฟรวม 44 เที่ยว เพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามเข้าใกล้พื้นที่สำคัญ โดยพบความเสียหายรวม 50 ไร่ สาเหตุคาดว่าเป็นการแกล้งจุด นอกจากนี้ ยังมีเหตุไฟป่าที่บ้านแม่ล้อง อำเภอแม่แตง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เช่นกัน
ขณะที่อุทยานแห่งชาติผาแดง พบการเกิดไฟป่ากระจายตัวมากที่สุดถึง 5 จุด ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงดาวและอำเภอเวียงแหง โดยจุดที่มีความเสียหายรุนแรงที่สุดอยู่บริเวณทิศใต้บ้านแกน้อย พื้นที่เสียหายกว่า 172 ไร่ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าต้องระดมกำลังเดินเท้าเข้าดับไฟป่าในเขตป่าสนและป่าเบญจพรรณอย่างยากลำบาก ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเข้าป่าเพื่อหาของป่า
สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เจ้าหน้าที่เผชิญเหตุไฟป่าจากการล่าสัตว์และหาของป่าในหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณเหนือเขื่อนแม่กวงและอ่างป่าสักงาม ซึ่งมีพื้นที่เสียหายรวมกันกว่า 140 ไร่ เช่นเดียวกับที่อุทยานแห่งชาติออบขานและอุทยานแห่งชาติขุนขาน ที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหลังพบกลุ่มไฟจากสาเหตุการล่าสัตว์และแกล้งจุดในป่าเบญจพรรณ
นอกจากนี้ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องข้ามคืนและทำแนวกันไฟในลำห้วยเพื่อป้องกันไฟลุกลาม จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงเย็น ส่วนทางด้านอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา แม้จะตรวจพบจุดความร้อนหลายจุดในพื้นที่สูงชันยากต่อการเข้าถึง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์และควบคุมวงกว้างไว้ได้ในหลายพื้นที่
สรุปภาพรวมการปฏิบัติงานตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในหลายจุด และมีบางจุดที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านสภาพพื้นที่และปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสมหนาแน่น ทุกหน่วยงานยังคงตรึงกำลังในพื้นที่เสี่ยงและขอความร่วมมือประชาชนให้งดการเผาป่าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่าได้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที.

ข่าว : น้ำเพชร / ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
