• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ขับเคลื่อน – ขยายผลโครงการพระราชดำริ ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

พื้นที่นี้เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2534 ประกอบด้วย กลุ่มป่าห้วยขาแข้ง ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก โดยมีชุมชนอาศัยทำกินมาก่อนที่จะประกาศเขตอนุรักษ์ เมื่อได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงได้มีการรับรองสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว ประกอบกับในปี พ.ศ. 2564 มีการจัดตั้งมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานกรรมการ และพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ จึงได้รับเอาโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี เข้ามาอยู่ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้มีการบูรณาการร่วมกันจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาชุมชนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ในระยะแรกได้ดำเนินการที่บ้านสาละวะ และบ้านไล่โว่ และจะได้มีการขยายผลไปที่บ้านทิไล่ป้า บ้านปางสนุก และบ้านจะแก ซึ่งชุมชนเหล่านี้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตั้งถิ่นฐานอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ณ วันนี้ ผลผลิตกาแฟของบ้านสาละวะ และบ้านไล่โว่ ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียงและมีความต้องการของตลาดสูง
ก่อนจัดตั้งโครงการฯ พื้นที่บริเวณนี้มีการทำไร่หมุนเวียนจำนวนมาก ประมาณ 10,000-20,000 ไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนพบว่า มีการใช้พื้นที่มากเกินไป ดังนั้น จึงต้องเข้าไปพัฒนาส่งเสริมให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การดำเนินงานของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นโครงการที่ดำเนินการภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งคาดว่าจะมีการนำรูปแบบ (โมเดล) ไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นที่มีปัญหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ ต่อไป
ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ได้มีข้อสั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับหน่วยงานอื่น น้อมนำแนวพระราชดำริไปขับเคลื่อนและขยายผลในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในป่าอนุรักษ์ ซึ่งมีชุมชนอาศัยทำกิน จำนวน 4,042 หมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ 4.257 ล้านไร่ หลักการที่สำคัญคือ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนฐานของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่มีการบุกรุกป่า ไม่เกิดปัญหาไฟป่า ไม่มีการล่าสัตว์ป่า ไม่มีการใช้สารเคมีในพื้นที่ต้นน้ำ เหล่านี้คือแนวทางที่โครงการพระราชดำริในความรับผิดชอบของกรมดำเนินการอยู่
ภารกิจหลักกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร แต่เมื่อมีกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2562 ซึ่งรับรองสิทธิอยู่อาศัยทำกินของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์แล้ว จึงได้ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดรูปที่ดินเพื่อรองรับสิทธิทำกินให้กับราษฎรที่จะเป็นมรดกตกทอดไปสู่รุ่นลูกหลาน และเพื่อให้ราษฎรเกิดความมั่นใจในการอยู่อาศัยและทำกิน หน่วยงานราชการสามารถเข้าไปช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งเรื่องแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร เส้นทางสัญจร ไฟฟ้าส่องสว่าง และที่สำคัญคือการรับรองแหล่งที่มาของผลผลิตต่างๆ จากพื้นที่ ก็จะถูกต้องตามกฎหมายและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากขึ้นด้วย
ภารกิจการพัฒนาชุมชนมิได้สำเร็จโดยลำพังเพียงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น หากแต่ยังอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ด้วย เช่น หน่วยงานฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุดประสานงานโครงการพัฒนาชุมชนฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : มรุพงษ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด