กระทรวงทรัพย์ฯ จับมือ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดยุทธการตั้งศูนย์ส่วนหน้าสู้ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ตามนโยบายรัฐบาล มุ่งเป้าคืนอากาศสดใสให้ชาวภาคเหนือ
วันที่ 5 เมษายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผนึกกำลังจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าแผนปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ โดยล่าสุด พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส., นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้, นายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า, นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือ ณ ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)
เพื่อวางมาตรการคุมเข้มพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนทั่วภาคเหนือ โดยเน้นย้ำความร่วมมือแบบไร้รอยต่อระหว่างกระทรวงทรัพยากรฯ และฝ่ายปกครอง ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เล็งเห็นความสำคัญและมอบหมายให้ส่วนกลางลงพื้นที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นเป็นเนื้อเดียว เพื่อเร่งคืนอากาศสดใสและบริสุทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด
พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล เปิดเผยว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้ส่วนกลางและท้องถิ่นทำงานร่วมกันเป็นเนื้อเดียว โดยจะมีการระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วน โดยมีเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าครั้งใหญ่ ทั้ง “ชุดเสือไฟ” จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ และ “ชุดเหยี่ยวไฟ” จากกรมป่าไม้ รวม 380 นาย เสริมด้วยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อีก 1,900 นาย และเตรียมส่งกำลัง เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดับไฟป่าจากทั่วประเทศเพิ่มเติมอีก 500 นาย จากพื้นที่เสี่ยงต่ำ เพื่อหมุนเวียนกำลังช่วยเจ้าหน้าที่แนวหน้าที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องมานานเกือบเดือน พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเป็นห่วงสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ และสุขภาพของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทุกนาย
นอกจากเจ้าหน้าที่ผู้ มีความเชี่ยวชาญด้านการดับไฟป่าแล้ว ภารกิจครั้งนี้จะระดมสรรพกำลังและเทคโนโลยีเพื่อเข้าจัดการปัญหาตั้งแต่วิธีการดับไฟในพื้นที่ยากลำบาก โดยวิธีการลำเลียงกำลังพลด้วยฮอลิคอปเตอร์ เพื่อไปในจุดที่เข้าถึงยากรวมถึงการดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่ โดยปรับโครงสร้างการบริหารจัดการออกเป็น 5 ฝ่ายหลัก คือ ฝ่ายกำลังพลที่ต้องรู้พิกัดและดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิด, ฝ่ายเทคโนโลยีที่บูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ, ฝ่ายนโยบายแผนและการเงินเพื่อความคล่องตัว, ฝ่ายส่งกำลังบำรุงที่สนับสนุนน้ำดื่มและจุดพักใกล้พื้นที่ไฟไหม้ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำและน้ำบาดาล และฝ่ายประชาสัมพันธ์พร้อมแผนส่งกลับทางการแพทย์ (Medical Evacuation) เพื่อให้การสูญเสียของเจ้าหน้าที่เป็นศูนย์
ในด้านสถานการณ์พื้นที่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่าปีนี้ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสูงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสถิติจุดความร้อน (Hotspot) ในจังหวัดเชียงใหม่พุ่งสูงถึง 1,020 จุดภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากส่วนกลางและการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการบัญชาการเหตุการณ์ในระดับจังหวัดให้มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทางจังหวัดพร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มพิกัด
นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส. ระบุว่า “ตามข้อสั่งการของ ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้าภาคเหนือ) เพื่อบูรณาการการทำงานใน 17 จังหวัดอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งการสั่งการ ติดตามสถานการณ์ และประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เป้าหมายสำคัญคือการ “ปิดจบปัญหาไฟป่าให้ได้ก่อนสงกรานต์” โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า ทั้งนี้จากการเฝ้าระวังพบว่า จุดความร้อน (Hotspot) ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวนปีนี้มีความผิดปกติ โดยกระจายตัวเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงนอกเหนือจากการหาของป่าหรือล่าสัตว์ตามปกติ ซึ่งทางกระทรวงฯ จะเร่งดำเนินการจัดการอย่างทันท่วงที
ขณะที่นายอรรถพล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้ประเมินประสิทธิภาพจุดเฝ้าระวังกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ พร้อมใช้มาตรการจริงจังกับชุมชนที่ไม่ให้ความร่วมมือ รวมถึงคงมาตรการปิดป่าเพื่อควบคุมบุคคลเข้าออก โดยจะมีการจัดระเบียบการเก็บหาของป่าอย่างเข้มงวดหลังสิ้นสุดฤดูกาลเพื่อให้สิทธิแก่คนในชุมชนที่ร่วมดูแลป่าเป็นลำดับแรก ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอและสร้างความยั่งยืนในการรักษาชั้นบรรยากาศที่สะอาดให้แก่พี่น้องชาวเชียงใหม่และภาคเหนือตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล หากจุดใดไร้ประสิทธิภาพจะถูกปรับเปลี่ยนบทบาททันที พร้อมยึดสโลแกน “การสูญเสียต้องเป็นศูนย์” ให้หัวหน้าชุดดูแลสภาพร่างกายลูกน้องอย่างเข้มงวดในสภาวะอากาศวิกฤต
”เป้าหมายสูงสุดของการรวมพลังครั้งนี้ คือการคืนอากาศที่สดใสและสุขภาพที่ดีให้แก่ชาวเชียงใหม่และพี่น้องชาวภาคเหนือตามเจตนารมณ์ของท่านรัฐมนตรี และเราจะทำงานอย่างหนักในทุกวันเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้” พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวทิ้งท้าย.



ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
