วนอุทยานเขาหลวงโชว์ผลงานบริหารจัดการไฟป่าดีเยี่ยม หลังปรับกลยุทธ์เชิงรุกดึงกำลังเสริมจากหลายหน่วยงาน ตรึงพื้นที่ 24 ชั่วโมง พร้อมชูสโลแกน “ไม่มีคนจุด ไม่มีไฟ” เข้าถึงชุมชนรอบแนวเขต 90 กิโลเมตร ส่งผลให้สถิติจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงอย่างก้าวกระโดดจากหลักร้อยเหลือเพียง 1 จุดในปีล่าสุด
วนอุทยานเขาหลวง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 49,500 ไร่ ในเขตจังหวัดนครสวรรค์และอุทัยธานี ถือเป็นพื้นที่ที่มีความยากลำบากในการจัดการ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน และเป็นป่าผลัดใบผสมป่าไผ่ที่มีการสะสมของเชื้อเพลิงปริมาณมากในช่วงฤดูแล้ง ที่ผ่านมาสถิติจุดความร้อน (Hotspot) ตั้งแต่ปี 2563-2568 พบสูงถึง 474 จุด โดยเฉพาะในปี 2566 และ 2568 ที่พุ่งสูงเกิน 120 จุด ก่อให้เกิดวิกฤตฝุ่น PM2.5 และกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ปรับแผนรับมือปี 2569 โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “ไม่มีคนจุด ไม่มีไฟ” โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้
- ระดมสรรพกำลัง โดยมีการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากซับป่าพลู ปางสัก และอุทยานแห่งชาติอีก 3 แห่ง รวม 18 นาย เข้ามาสมทบกับเจ้าหน้าที่วนอุทยานเขาหลวงเพื่อตรึงกำลังในจุดเสี่ยง
- เคาะประตูบ้านสร้างแนวร่วม เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขอความร่วมมือและสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบจากไฟป่า โดยเน้นการประชาสัมพันธ์เชิงลึกทุกวันทั้งกลางวันและกลางคืน
- คุมเข้มทางเข้า-ออก เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนรอบแนวเขตป่ากว่า 90 กิโลเมตร โดยเฉพาะช่องทางที่พรานป่าหรือผู้หาของป่ามักลักลอบเข้าไป เพื่อตัดวงจรการจุดไฟในพื้นที่
- การจัดการเชื้อเพลิงแบบมีส่วนร่วม ให้ประชาชนในพื้นที่มาร่วมคัดเลือกและกำหนดจุดทำแนวกันไฟ รวมถึงบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบ
จากการดำเนินงานอย่างเข้มข้นส่งผลให้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึง มีนาคม 2569 พบจุดความร้อนเพียง 1 จุดเท่านั้น เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องพื้นที่ป่าและคุณภาพอากาศให้กับจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดอุทัยธานี ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีคิด จากการรอให้ไฟเกิดแล้วไปดับ เป็นการลงพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการจุดไฟเกิดขึ้น ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูไฟป่า
ทั้งนี้ แม้สถิติจะลดลง แต่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนเมษายนและวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้ ได้สั่งการให้เพิ่มการลาดตระเวนช่วงกลางคืน และสนับสนุนกำลังเพิ่มเติมจากหน่วยจัดการต้นน้ำและวนอุทยานนครไชยบวร จังหวัดพิจิตร เข้ามาประจำการในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างสมบูรณ์.

ภาพ : วนอุทยานเขาหลวง
