วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากอุทยานแห่งชาติผาแดง จังหวัดเชียงใหม่ กรณีการจับกุมผู้กระทำผิดลักลอบเข้าเขตป่าอนุรักษ์ในช่วงประกาศปิดป่าเพื่อเฝ้าระวังไฟป่า โดยเจ้าหน้าที่สามารถควงคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมหลักฐานไฟแช็คและยาเสพติด ขณะกำลังเดินออกจากแนวไฟที่กำลังลุกลาม
นายอรรถพล กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากอุทยานฯ ได้มีการประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในเขตป่าอุทยานแห่งชาติผาแดงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควัน PM2.5 ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) แต่ผู้ต้องหาคือ นายละเข่ (ขอสงวนนามสกุล) ยังฝ่าฝืนเข้าไปพักค้างแรมถึง 3 วัน โดยอ้างว่าเข้ามาตัดไม้ไผ่ส่งขาย แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบร่องรอยการเผาถ่านและไฟแช็คในย่าม ประกอบกับจุดเกิดเหตุมีไฟลุกลามเป็นแนวยาวกว่า 400 เมตร
”ผมได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง ประสานพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย ดำเนินคดีขั้นสูงสุดในทุกฐานความผิด ทั้งการเผาป่า การบุกรุกพื้นที่ และความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด นอกจากนี้ ยังให้ขยายผลไปถึง ‘นายจ้าง’ ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าสั่งให้เข้ามาตัดไม้ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนให้คนเข้าไปในป่าจนเกิดไฟไหม้ป่าขึ้น จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดด้วยเช่นกัน” อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว
นายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจปราบปรามส่วนกลาง และหน่วยพิทักษ์ฯ ผด.5 (แม่จา) ได้ใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดดาวเทียม (GPS) ระบุจุดเกิดเหตุพบบริเวณป่าทิศเหนือบ้านห้วยทรายขาว ซึ่งยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์แต่ถูกไฟเผาไหม้เสียหายเป็นแนวยาว โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสกัดไฟเพื่อไม่ให้ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้
”ทั้งนี้ ในช่วงเกิดไฟป่านี้ อุทยานฯ จะไม่มีการละเว้นสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศปิดป่า เราใช้มาตรการเชิงรุกทั้งการตั้งด่านตรวจคนเข้าป่าและลาดตระเวนดักซุ่มตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ต้องสงสัยแจ้งสายด่วน 1362 ได้ทันที”



ข่าว : น้ำเพชร / ภาพ : อุทยานแห่งชาติผาแดง
