จากกรณี “เสือปิ่น” เสือโคร่งวัย 13 ปี ได้ออกนอกเขตป่ามาหากินใกล้ชุมชนตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถผลักดันกลับคืนสู่ธรรมชาติได้สำเร็จในวันที่ 4 มีนาคม แต่ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม พบว่าเสือปิ่นได้ย้อนกลับมาล่าสุกรของราษฎรเสียหายรวม 8 ตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งเข้ากระชับพื้นที่เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง และสามารถจับเสือปิ่นได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569
จากการประเมินของทีมสัตวแพทย์ พบว่าเสือปิ่นมีอายุถึง 13 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงปลายวัยตามธรรมชาติ สันนิษฐานว่าด้วยสภาพร่างกายที่โรยรา ประกอบกับการถูกเสือรุ่นหนุ่มสาวแย่งชิงอาณาเขต ทำให้ต้องออกมาหากินใกล้ชุมชนและเริ่มล่าสัตว์เลี้ยง การที่เสือออกไปล่าและกินปศุสัตว์ของชาวบ้านนั้น อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคจากสัตว์ป่าสู่สัตว์บ้าน หรือจากสัตว์บ้านสู่สัตว์ป่าได้
ทำไมต้องนำเสือปิ่นมาดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง?
การนำเสือปิ่นมาพักฟื้นภายในกรงเลี้ยงของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นการดำเนินการตามมาตรฐานการจัดการสัตว์ป่า โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
• เฝ้าระวังและตรวจคัดกรองโรคที่สำคัญ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
• สร้างความปลอดภัยและสวัสดิภาพที่ดีให้กับตัวเสือเอง
• สร้างความอุ่นใจและคลายความกังวลให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่
ในระหว่างนี้ เสือปิ่นจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ จะมีการปรับพฤติกรรม ติดตามอาการ และประเมินความพร้อมของร่างกายอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสือปิ่นมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์และผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐาน กรมอุทยานฯ จะมีการดำเนินการวางแผนเพื่อปล่อยเสือปิ่นกลับคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป
การอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ป่าอย่างสมดุลคือเป้าหมายสำคัญ ขอขอบคุณทุกความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อย่างสันติวิธี.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
