• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“รมว.ทส.สุชาติ” สั่งกรมอุทยานฯ คุมเข้ม อุทยานแห่งชาติทางทะเล​ ปลุกจิตสำนึก​ “เที่ยวทะเลไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม​”

“รมว.ทส.สุชาติ” สั่งกรมอุทยานฯ คุมเข้ม อุทยานแห่งชาติทางทะเล​ ปลุกจิตสำนึก​ “เที่ยวทะเลไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม​” ภายใต้มาตรการ​ท่องเที่ยวอย่างเคารพกฎ​ เพื่อความยั่งยืนของท้องทะเลไทย

วันที่ ​8 มีนาคม​ 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ บูรณาการการทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล โดยเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติ และป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศที่เปราะบาง​ โดยให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด​ ภายใต้มาตรการ “การท่องเที่ยวอย่างเคารพกฎ” มุ่งเน้นการจัดการขยะและการปกป้องระบบนิเวศ​ และสัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ​ ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติทางทะเลดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ “อนุรักษ์ ทะเล” ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา มาอย่างต่อเนื่อง​ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว​ รวมถึงกำหนดแนวทางการสำรวจทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง และการจัดการขยะทะเลที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลด้วยเช่นกัน​

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและทุกภาคส่วนปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด​ อาทิ การไม่เข้าพื้นที่หวงห้าม การพักค้างคืนเฉพาะในจุดที่ได้รับอนุญาต และการปฏิบัติตามมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) เพื่อลดความแออัดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม​ ห้ามสัมผัส จับต้อง หรือเหยียบย่ำแนวปะการังโดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามการทิ้งสมอเรือในบริเวณแนวปะการังและพื้นที่อ่อนไหว

นอกจากนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ โดยเฉพาะครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการัง (ได้แก่ Oxybenzone, Octinoxate, 4-MBC และ Butylparaben) ตามประกาศคำสั่งกรมอุทยานฯ​ อีกทั้งขอความร่วมมือรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลและชายหาด พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการการจัดการขยะ​ โดนเฉพาะขยะอาหาร (Zero​ Food Waste) ที่ทุกอุทยานดำเนินการอย่างเป็นระบบ และโครงการขยะคืนถิ่น​ ที่นักท่องเที่ยวช่วยกันนำขยะที่นำเข้าไปกลับออกมาด้วยทุกครั้ง​ รวมถึงยังห้ามการนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) และโฟม เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติด้วย

​ในการนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและจัดระเบียบกิจกรรมท่องเที่ยวในทุกพื้นที่​ โดยเฉพาะอุทยานฯ ยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง และอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด​ เป็นต้น หากพบการฝ่าฝืนข้อห้ามหรือกระทำการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในอัตราโทษสูงสุดทันที

​“เป้าหมายสำคัญของเราคือการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ การเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติคือการเข้ามาในพื้นที่อนุรักษ์ที่ทุกคนต้องมีจิตสำนึกร่วมกัน การเคารพกฎกติกาไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องระบบนิเวศให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการส่งต่อมรดกทางธรรมชาติที่สวยงามให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป” นายอรรถพล กล่าว.

ข่าว : น้ำเพชร
ภาพ : สำนักอุทยานแห่งชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด