เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เปิดเผยข้อมูลสำคัญด้านการอนุรักษ์ หลังพบพฤติกรรม “สอนสา” เสือโคร่งสาวแรกรุ่นทายาทแม่อภิญญา ได้เลือกพื้นที่บริเวณหอดูสัตว์หอนกยูงเป็นชัยภูมิในการให้กำเนิดลูกน้อยครอกแรก นำไปสู่การประกาศปิดพื้นที่เข้าศึกษาธรรมชาติชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยและลดการรบกวนสัญชาตญาณแม่เสือ
“สอนสา” เป็นลูกเสือโคร่งจากครอกแรกของ “แม่อภิญญา” เสือตัวดังแห่งห้วยขาแข้ง หลังจากแยกอาณาเขตจากแม่ สอนสาได้ปักหลักอาศัยอยู่ในพื้นที่รอยต่อเดิมของแม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีเสือตัวผู้ระดับ “ตัวตึง” อย่าง “พงษ์สิทธิ์” (หนุ่มน้อย) และ “ก้านเหลือง” (หนุ่มใหญ่) แวะเวียนเข้ามาขายขนมจีบอยู่เสมอ
ข้อมูลจากทีมนักวิจัยระบุว่า เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบร่องรอยการจับคู่ผสมพันธุ์ระหว่างสอนสากับเสือพงษ์สิทธิ์และก้านเหลือง แม้ในครั้งแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่จากการติดตามด้วยวิทยุสื่อสารในช่วงปลายปี 2568 พบพฤติกรรมที่ผิดปกติ คือ สอนสา มักหยุดแช่ในพื้นที่จุดเดียวเป็นเวลานานหลายชั่วโมงโดยไม่มีการล่าเหยื่อ จนกระทั่งล่าสุดตำแหน่ง GPS ยืนยันพฤติกรรมการ “รวมกลุ่มเป็นกระจุก” ในจุดเดียว ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของการตกลูก
เมื่อเจ้าหน้าที่ทีมนักวิจัยพยายามเข้าตรวจสอบพื้นที่ในระยะปลอดภัย พบว่าสอนสามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนออกจากจุดพิกัดเพื่อหลบหลีกมนุษย์เหมือนยามปกติ แต่กลับแสดงท่าทีปกป้องพื้นที่อย่างเข้มงวด ทีมวิจัยจึงทำได้เพียงใช้กล้องส่องทางไกลและกล้องดักถ่ายจนพบหลักฐานยืนยันว่า สอนสาได้คลอดลูกแล้ว โดยคาดว่าลูกเสือมีอายุต่ำกว่า 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่ลูกสัตว์ต้องการการปกป้องสูงสุด
นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักศึกษาธรรมชาติจากพฤติกรรมหวงลูกและหวงอาณาเขต รวมถึงเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดสะสมจนแม่เสืออาจทิ้งลูก จึงมีมาตรการปิดการเข้าศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยว บริเวณหอดูสัตว์หอนกยูง และจุดสกัดโป่งช้างเผือก ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 จนกว่าเจ้าหน้าที่จะประเมินว่าพื้นที่ปลอดภัย

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางจากหน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝก ถึงสำนักงานเขตฯ (กม.5 – กม.14) ห้ามจอดรถและห้ามลงจากยานพาหนะโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นรัศมีอาศัยและหากินของครอบครัวเสือ โดยนักท่องเที่ยวยังคงเข้าชม อาคารพิพิธภัณฑ์ห้วยขาแข้ง หรือบริเวณอนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร และติดต่อราชการ ณ สำนักงานเขตฯ ได้ตามปกติ
การประกาศปิดพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ทำให้สัตว์ป่าสามารถขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ แม้ในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยทางเขตฯ ขอให้สาธารณชนร่วมเป็นกำลังใจให้ “แม่สอนสา” ประคับประคองลูกน้อยให้รอดพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง : 065-4880938, 085-4862876
Facebook : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง Huai kha khaeng Wildlife Sanctuary
ข่าว : อัจจิมา , ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
