สยบพรานป่าคาแนวรอยต่อ! ขสป.คลองนาคา ผนึกกำลัง ขสป.คลองยัน บูรณาการงานข่าว-กำลังพล ทลายแก๊งล่าสัตว์ป่า “ซากกระจง พญากระรอกดำ ค่างแว่นถิ่นใต้ กบทูด” ส่งดำเนินคดีเด็ดขาด
21 กุมภาพันธ์ 2569 นายอลงกรณ์ เศรษฐ์เชื้อ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) เปิดเผยว่า ตามที่สั่งการให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) คลองนาคา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) คลองยัน ร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุก สกัดกั้นขบวนการพรานป่าลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองบริเวณพื้นที่รอยต่อสองเขตฯ ตามที่ได้รับรายงานการข่าว จากชุดสืบหาข่าวการลักลอบล่าสัตว์ป่า
นายสราวุธ พะลายะสุต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ได้รายงานว่า จากการบูรณาการการทำงานของ 2 หน่วยงาน ให้เข้าดำเนินการแกะรอย ติดตามกลุ่มพรานป่าที่ลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่ป่าลึก เกี่ยวกับการกระทำผิดในพื้นที่ เมื่อได้รับเบาะแสความเคลื่อนไหว จึงประสานข้อมูลร่วมกับ ขสป.คลองยัน เพื่อระบุพิกัดที่แม่นยำในพื้นที่ป่าห้วยน้ำเย็น ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยการสนธิเจ้าหน้าที่จำนวน 30 นาย ประกอบด้วย ขสป.คลองนาคา จ.ระนอง จำนวน 23 นาย และ ขสป.คลองยัน จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 7 นาย ทำให้สามารถแกะรอยติดตามตรวจพบชุดพรานป่า และเข้าดำเนินการโอบล้อมพื้นที่เป้าหมายได้อย่างรัดกุม ปิดช่องทางการหลบหนีของกลุ่มผู้กระทำผิดที่มีอาวุธปืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่ในเขต ขสป.คลองยัน แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร คณะเจ้าหน้าที่ได้บริหารจัดการร่วมกัน โดยใช้หน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียง (ขสป.คลองนาคา) เป็นจุดคัดกรองและทำบันทึกจับกุม เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยของทุกฝ่าย
จากการเข้าจู่โจม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน และวิ่งหลบหนี จำนวน 1 คน พร้อมอาวุธปืนไรเฟิล ขนาด .22 (ลูกกรด) ตรวจยึดของกลาง คือ “กบทูด” หรือกบภูเขา จำนวน 8 ตัว น้ำหนัก 1.5 ก.ก. ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศต้นน้ำอย่างมาก ซากกระจง จำนวน 10 ซาก น้ำหนัก 6.5 กก. ซากค่างแว่นถิ่นใต้ จำนวน 1 ซาก น้ำหนัก 1.5 กก. ซากพญากระรอกดำ จำนวน 1 ซาก น้ำหนัก 1.5 กก. พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด .22 และอุปกรณ์การล่าอีกหลายรายการ พร้อมอุปกร์สำหรับเดินป่าและยังชีพในป่า ถือเป็นการตัดวงจรการทำลายทรัพยากรธรรมชาติก่อนที่จะเกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้


สำหรับการปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำการป้องกันการกระทำผิดด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยให้เพิ่มการลาดตระเวน และการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานข้างเคียง เพื่อลดข้อจำกัดเรื่องเส้นแบ่งเขตพื้นที่ และเน้นการรักษาผืนป่าในภาพรวม
“เราทำงานเป็นทีมเดียวกัน เป้าหมายของเราคือผืนป่าที่เป็นสมบัติของชาติ การสนธิกำลังครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าพื้นที่เกิดเหตุจะทุรกันดารเพียงใด หากเราบูรณาการกำลังกันอย่างเข้มแข็ง พรานป่าก็ไม่มีที่ยืน” นายสราวุธ กล่าว
ภายหลังเสร็จสิ้นการจัดทำบันทึกจับกุมเมื่อเวลา 03.28 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบตัวผู้ต้องหาและของกลางให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.เสวียด จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้อย่างถึงที่สุด และสืบหาตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมต่อไป.


ข่าว : อัจจิมา , ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
