• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อช.แก่งกระจาน แจ้งความดำเนินคดี ยูทูบเบอร์สายตกปลา ลอบพานักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่หวงห้ามหาประโยชน์มิชอบ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการลักลอบนำนักท่องเที่ยวเข้าไปตกปลาในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

จากการตรวจสอบพบว่า มีบุคคลใช้ชื่อบัญชีในโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook และ TikTok ในชื่อ “เอ สุขสำราญ” มีพฤติกรรมโฆษณาชวนเชื่อและรับจ้างนำพาบุคคลภายนอกเข้าไปตกปลากระสูบและปลาชะโด บริเวณพื้นที่บ้านพุไทร (แก่งตาสอย) หมู่ 3 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยใช้เรือยนต์หางยาวเป็นยานพาหนะ และมีการเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ดำเนินการสืบสวนจนทราบชื่อจริงของผู้กระทำผิด คือ นายสุขสำราญ (สงวนนามสกุล) เดิมอาศัยอยู่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร และได้มาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านท่าเรือ หมู่ 8 (โดยไม่มีสัญญาเช่าอย่างเป็นทางการ) เพื่อใช้เป็นฐานในการประกอบอาชีพนำเที่ยวตกปลาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ต้องหามีฐานความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายสุขสำราญ ในความผิดหลายมาตรา ดังนี้ มาตรา 19 (3) ฐานล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไป หรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่า (โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) มาตรา 19 (6) ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ (โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) มาตรา 19 (7) ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานฯ และมาตรา 20 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าด้วยการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในอุทยานฯ พ.ศ. 2567 ขณะนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เรียบร้อยแล้ว

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขอย้ำเตือนไปยังกลุ่มผู้นำเที่ยวและนักท่องเที่ยวว่า การเข้าไปดำเนินการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในเขตพื้นที่อนุรักษ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดร้ายแรงและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของผืนป่ามรดกโลกสืบไป.

ข่าว : อัจจิมา

ภาพ : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด