เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต – การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ของประเทศไทย” (Forests for Life) หลังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอโครงการป่าไม้เพื่อชีวิต – การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ของประเทศไทย (Forests for Life – Intact Tropical Forest Landscape Conservation in Thailand) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) โดยมีองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทำหน้าที่หน่วยบริหารโครงการของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF Agency)
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเอกสารโครงการ (Project Document) และข้อตกลงภาคีผู้ดำเนิน การ (Operational Partners Agreement) พร้อม มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามร่วมกับ FAO และอนุญาตให้ปรับแก้เอกสารในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่กระทบผลประโยชน์ของประเทศได้ โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแล้วส่วนใหญ่เห็นชอบหรือไม่ขัดข้อง และยืนยันว่าเอกสารโครงการและข้อตกลงภาคีฯ ไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งไม่มีข้อผูกพันทางการเงินที่เป็นตัวเงิน (In cash) ที่หน่วยงานไทยต้องร่วมสนับสนุน และไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 โครงการนี้จะช่วยยกระดับการอนุรักษ์ป่าของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน ลดการบุกรุกทำลายป่า รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสริมบทบาทของประเทศไทยในเวทีสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ พร้อมสร้างประโยชน์ต่อชุมชนรอบพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องรักษาภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่มีความสำคัญระดับโลก ผ่านการอนุรักษ์แบบบูรณาการและการมีส่วนร่วมของชุมชน ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 4 แห่ง ได้แก่ ภูมิทัศน์ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิทัศน์อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิทัศน์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และภูมิทัศน์พนมดงรัก จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี โครงการได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก GEF จำนวน 6.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 208.54 ล้านบาท) และงบประมาณสมทบในลักษณะไม่เป็นตัวเงิน (In kind) รวม 81.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 87.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายอรรถพล เปิดเผยต่อว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ในฐานะหน่วยงานหลัก จะเร่งดำเนินการตามแผนงานเพื่อปกป้องผืนป่าที่เป็นแหล่งพันธุกรรมของพืชและสัตว์ป่า รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำมาตรฐานการจัดการป่าไม้ระดับโลกมาปรับใช้ในประเทศไทย เพื่อรักษาสมดุลทางธรรมชาติและรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินงานประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การส่งเสริมการอนุรักษ์และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 2.การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการป่าอนุรักษ์เพื่อคุ้มครองป่าธรรมชาติ 3.การบริหารจัดการภูมิทัศน์ป่าธรรมชาติในพื้นที่แนวกันชน 4.การพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน การลงทุน และการขยายผลกิจกรรมการอนุรักษ์ รวมถึงคาร์บอนเครดิตและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ 5.ความร่วมมือการจัดการความรู้ การพัฒนาศักยภาพ การติดตามและประเมินผล
ภาพ : พชร
