• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยและพัฒนาศักยภาพการผลิตวุ้นเฉาก๊วย และการปลูกพืชสกุลเฉาก๊วย ที่พบในประเทศไทย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เปิดเผยข้อมูลว่า ทางกรมอุทยานฯ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกันจัดทำโครงการวิจัยการพัฒนาศักยภาพการผลิตวุ้นเฉาก๊วย และการปลูกพืชสกุลเฉาก๊วย (Platostoma spp.) ที่พบในประเทศไทย ตามที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2569-2571

สำหรับโครงการดังกล่าว มีนักวิจัยเข้าร่วมโครงการจำนวน 7 คน จาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1.กรมอุทยานแห่งชาติฯ ประกอบด้วย นายมานพ ผู้พัฒน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ไม้และพันธุ์พืช เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยฯ และหัวหน้าฝ่ายพืชสมุนไพรและพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน มีความเชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานพืชป่า และการใช้ประโยชน์จากพืชป่า และเจ้าหน้าที่อีก 3 คน (นายธีรวัฒน์ ทะนันไธสง, นายพีรศิลป์ เถาถวิล, ดร. ขวัญใจ รอสูงเนิน) 2.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2 คน (รศ.ดร.สุนทรี สุวรรณสิชณน์, ผศ.ดร.เดือนฉาย ตันนารัตน์) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบกลิ่นและรสชาติ และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืช 3.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ 1 คน (ผศ.ดร.ทิวธวัฒ นาพิรุณ) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษเคมีของพืชป่าและพืชสมุนไพร

ทั้งนี้ ได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การประเมินศักยภาพทางการเกษตรและเศรษฐกิจของพืชสกุลเฉาก๊วยชนิดต่างๆ ในประเทศไทย 16 ชนิด (1 ชนิดเฉาก๊วยจีน + 15 ชนิดสายพันธุ์ป่า) โดยการเก็บข้อมูลทางด้านชีววิทยา และตัวอย่างที่มีชีวิต และตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ผลทางพฤกษเคมี และศึกษาวิธีการเพาะปลูก การขยายพันธุ์ ตามสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างในแปลงทดสอบทั่วประเทศไทย ส่วนที่ 2 การศึกษาทางพฤกษเคมี พิษวิทยา โภชนาการ เพื่อตรวจสอบสารสำคัญของเฉาก๊วยชนิดต่างๆ ในประเทศไทย เปรียบเทียบกับต้นเฉาก๊วยจีนชนิดที่มีการนำเข้า และส่วนที่ 3 การพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์วุ้นเฉาก๊วย 4 ชนิด (1 ชนิดเฉาก๊วยจีน + 2 ชนิดสายพันธุ์ป่า)

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา ทางทีมคณะวิจัยได้มีการประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินงาน การอบรมแก่เจ้าหน้าที่ด้านการจำแนกชนิดพืชสกุลเฉาก๊วย และออกแบบวิธีเก็บข้อมูล การสำรวจพืชสกุลเฉาก๊วยเพื่อเก็บต้นพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ และตัวอย่างดิน จำนวน 11 ตัวอย่าง 10 ชนิด โดยเป็นเฉาก๊วยจีน 1 ชนิด และเฉาก๊วยป่า 9 ชนิด การหาพื้นที่ทำแปลงทดสอบจำนวน 5 แปลง ที่ จ.เชียงใหม่ จ.กำแพงเพชร จ.เลย จ.บึงกาฬ และ จ.อุบลราชธานี การทดสอบสูตรดินเบื้องต้นที่เหมาะสมต่อการเพาะเมล็ด การทดสอบการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง 3 ชนิด ได้แก่ เฉาก๊วยจีน 1 ชนิด และเฉาก๊วยป่า 3 ชนิด (อยู่ระหว่างการทดลอง) และการทดสอบการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดจำนวน 3 ชนิด (อยู่ระหว่างการทดลอง)

ข่าว : วรวัฒน์

ภาพ : สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด