• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“ปลัด ทส.” มอบ อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการไฟในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ตามนโยบาย รมว.ทส. ชูกลยุทธ์ “ไร้รอยต่อ” ผนึกกำลังกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ จังหวัดและท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควันฯ เป็นประธานการประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) พร้อมด้วยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ และนายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีหัวหน้ากลุ่มป่าทั้ง 14 กลุ่ม จากทั่วประเทศเข้าร่วมรายงานแผนปฏิบัติการ

การประชุมครั้งนี้ เป็นตามข้อสั่งการของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดร.รวีวรรณ ภูริเดช) และตามนโยบายในการป้องกันไฟป่าของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งทบทวนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในที่ประชุมทุกกลุ่มป่าได้นำเสนอแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกับทุกภาคส่วนแบบบูรณาการเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงพื้นที่รอยต่อ เพื่อให้การป้องกันไฟป่าเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดปัญหาฝุ่นละอองและ PM2.5

ในโอกาสนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้มีข้อสั่งการ จำนวน 12 ข้อ ดังนี้
1. ขอให้หน่วยงานดำเนินงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ ทั้งหน่วยงานในเขตป่าอนุรักษ์ เขตป่าสงวนแห่งชาติ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดเตรียมข้อมูลเตรียมความพร้อม หรือเตรียมการสั่งการประสานงานและบูรณาการร่วมกัน
2. ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ปรับแผนลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า และดำเนินการดักซุ่มหรือดักจับผู้กระทำผิดลักลอบเผาป่า
3. การจัดตั้งจุดเฝ้าระวัง สามารถปรับไปจัดตั้งจุดเฝ้าระวังในพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นไฟได้อย่างรวดเร็ว หรือพื้นที่รอยต่อระหว่างป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4. ขอให้ประสานตัวแทนหมู่บ้าน/เครือข่าย ที่ตั้งติดกับพื้นที่ป่า ช่วยเฝ้าระวัง เป็นหูเป็นตา ในการแจ้งเหตุ ทุกกลุ่มป่าประสานการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ
5. ขอให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทุกแห่ง จัดทำข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และแผนการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาไฟป่า ในรูปแบบเอกสารให้ War room แต่ละกลุ่มป่ารวบรวม เพื่อให้ประกอบการบูรณาการปฎิบัติงานร่วมกัน
6. การบริหารจัดการเชื้อเพลิงการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการ
7. ขอให้ทุกหน่วยงานเน้นการเดินลาดตระเวนเป็นหลัก การบังคับใช้กฎหมายให้ดำเนินการจากเบาไปหาหนัก
8. การเคาะประตูบ้านให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตรงตามเป้าหมาย และให้จัดส่งข้อมูลให้หน่วยงานทหารเพื่อร่วมปฏิบัติงาน
9. ในช่วงหน้าไฟ การบัญชาการเหตุการณ์ ให้เชิญภาคประชาสังคมและท้องถิ่น เข้าร่วมบัญชาการณ์เหตุไฟป่า เพื่อสร้างความเข้าใจและสื่อสารตรงกัน
10. ให้สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ประสานสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (Gistda) และกรมควบคุมมลพิษ จัดทำข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) แปลข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ให้เป็นข้อมูลเดียวกัน
11. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก สนับสนุนการทำงานเพิ่มพื้นที่เป้าหมายของจังหวัดเพชรบูรณ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

12. การดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่า ให้ดำเนินการรูปแบบบูรณาการและต่อเนื่องทุกปี ขอให้ออกเป็นระเบียบปฏิบัติประจำต่อไป

การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในการยกระดับการป้องกันและควบคุมไฟป่า ผ่านการบูรณาการทุกหน่วยงาน การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องผืนป่าและลดผลกระทบจากไฟป่า และหมอกควันให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน.

ข่าว : เพ็ญพร

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด