25 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ผนึกกำลังทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลือหมูป่าเคราะห์ร้ายติดบ่วงแร้วบริเวณป่าผาดำ สภาพแผลอักเสบรุนแรง ด้านผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติฯ ประณามการล่าสัตว์เป็นความโหดร้ายที่ไร้มนุษยธรรม เตือนพรานป่าโทษหนักทั้งจำและปรับ
นายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยตามรายงานของ นายธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ว่าได้รับแจ้งพบหมูป่าเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ติดบ่วง (แร้ว) ของนายพรานรัดแน่นบริเวณขาจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ บริเวณป่าผาดำ (แนวกันไฟป่า) ในเขตอุทยานฯ จึงได้ระดมทีมส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าประกอบด้วยสัตวแพทย์และสัตวบาลเข้าดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบหมูป่าอยู่ในสภาพอ่อนแรงอย่างมาก แผลบริเวณที่ติดบ่วงมีอาการบวมและอักเสบ ทีมแพทย์ต้องตัดสินใจยิงยาสลบเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะทำการปลดแร้วออก พร้อมให้น้ำเกลือและทำแผลเบื้องต้น ขณะนี้หมูป่าอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรอให้สุขภาพแข็งแรงก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป
นายวรรณชัย กล่าวเน้นย้ำว่า “เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความโหดร้ายของการล่าสัตว์ผิดกฎหมาย แร้วเหล่านี้เป็นอันตรายที่ไม่เลือกหน้าเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองหายาก หากไม่ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที สัตว์ต้องทนทุกข์ทรมานจนเสียชีวิตจากความอดอยากหรือถูกสัตว์อื่นทำร้าย และที่สำคัญ กับดักเหล่านี้ยังเป็นอันตรายต่อทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนด้วย”
ด้านนายธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ระบุว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาตัวผู้วางบ่วงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับสูงสุด
ทั้งนี้ อุทยานฯ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการวางบ่วงหรือการล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย แจ้งเบาะแสได้ที่ โทร. 053-295-074 หรือสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะรักษาความลับของผู้แจ้งอย่างเคร่งครัด.

