18 มกราคม 2569 อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานกรณีราษฎรถูกกระทิงทำร้ายจนเสียชีวิตในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าพบครอบครัวเพื่อปลอบขวัญและเร่งประสานความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้รับรายงานเหตุจากชาวบ้านหมู่ 10 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่าพบผู้เสียชีวิตจากการถูกกระทิงทำร้าย ทราบชื่อคือ นายอุทัย อายุ 55 ปี ทั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้เสียชีวิตพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ได้เข้าไปเก็บพุทราในสวนของตนเอง ต่อมานายอุทัยได้เดินแยกตัวออกไปนานผิดปกติ เพื่อนจึงช่วยกันออกตามหา จนกระทั่งเวลา 17.00 น. พบร่างนายอุทัยนอนนิ่งเสียชีวิตอยู่ห่างจากสวนพุทราประมาณ 50 เมตร
ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขญ.4 (คลองปลากั้ง) ได้ร่วมกับตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และกู้ภัยฮูก 31 เข้าตรวจสอบพื้นที่พบว่า สภาพพื้นที่เป็นป่าปลูกและมีหญ้ารก พบร่องรอยของกระทิงจำนวนมากในบริเวณรอบๆ ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประมาณ 7 กิโลเมตร จากการตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิต พบมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ และรอยฟกช้ำรุนแรงที่แขนซ้าย เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวังน้ำเขียว
ทางด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เมื่อได้รับรายงาน ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และกำชับให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าให้กำลังใจครอบครัว และเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่าตามระเบียบของทางราชการ ขณะเดียวกันให้จัดชุดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังผลักดันสัตว์ป่าที่ออกนอกเขตอุทยานฯ เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชน และแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่เกษตรกรรมที่ติดกับแนวเขตป่าในช่วงเวลาเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยต่อไป
ด้านนายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัย จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการเข้าป่าคนเดียว โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดและเย็นมืดซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สัตว์ป่าออกหากิน หากจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ ควรไปเป็นกลุ่มอย่างน้อย 2-3 คน และแจ้งญาติพี่น้องให้ทราบถึงเส้นทางและเวลาที่จะกลับ เมื่อพบเห็นสัตว์ป่าควรถอยออกจากพื้นที่อย่างช้าๆ อย่าหันหลังวิ่งหนีหรือทำท่าทางที่อาจกระตุ้นให้สัตว์โจมตี และหากพบเห็นสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่หรือเข้ามาใกล้ชุมชนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน.

