เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยผลปฏิบัติการสกัดไฟป่ารอยต่ออุทยานแห่งชาติเอราวัณ พบพฤติกรรมเจตนาเผาป่าล่าสัตว์ให้วิ่งติดบ่วง สั่งเจ้าหน้าที่ปูพรมกวาดล้างเครื่องมือล่าสัตว์และขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีเด็ดขาด
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบและเข้าระงับเหตุไฟป่าบริเวณรอยต่ออุทยานฯ ซึ่งถือเป็นกรณีแรกของปีที่พบหลักฐานชัดเจนว่า การเกิดไฟป่ามีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อการล่าสัตว์อย่างชัดเจน

เมื่อเวลา 18.20 น. ของวันที่ 8 มกราคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณที่ อว.3 (วังบาดาล) กำลังออกลาดตระเวนตามภารกิจปกติ ได้ตรวจพบกลุ่มควันหนาแน่นบริเวณป่าบ้านหลังสถานีรถไฟ หมู่ที่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่นอกเขตอุทยานฯ แต่เพื่อป้องกันไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังร่วมกับสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ รวม 18 นาย เข้าสกัดเพลิงทันที โดยสามารถควบคุมไฟได้ในเวลา 18.30 น. และดับสนิทในเวลา 19.40 น. พบพื้นที่เสียหายประมาณ 2 ไร่
จากการตรวจสอบพื้นที่หลังไฟดับ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ามิใช่ไฟป่าตามธรรมชาติ หรือการเผาเพื่อหาของป่าทั่วไป แต่เป็นการ “เจตนาจุดไฟเพื่อจงใจให้สัตว์วิ่งไปติดบ่วง” โดยพรานจะวางบ่วงดักสัตว์ไว้ในทิศทางเหนือลมหรือเส้นทางที่คาดว่าสัตว์จะวิ่งหนีไฟ เพื่อให้สัตว์ป่าที่ตกใจกลัววิ่งเข้าไปติดกับดักที่เตรียมไว้ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมการล่าสัตว์ที่อันตรายและสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง
”นี่เป็นเคสแรกที่เราพบร่องรอยชัดเจนว่ามีการจงใจทำให้เกิดไฟป่าเพื่อการล่าสัตว์ ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ขยายผลตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมสั่งปูพรมตรวจหาบ่วงดักสัตว์และเครื่องมือล่าสัตว์ในแนวเขตอุทยานฯ ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ป่า” นายอรรถพล กล่าว
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า หรือพบเหตุไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

