• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ข้ามปีไม่มีหยุด! ทีมหมอ-พิทักษ์ป่าบึงฉวาก เฝ้า “ข้าวต้ม” เดือน 24 ชม. ไม่ทิ้งกัน จากวันส่งท้ายปีเก่าถึงต้อนรับปีใหม่ ทีมงานไม่มีคำว่าพัก!

ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก รายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาลูกช้างป่าเพศเมียชื่อ “ข้าวต้ม” อายุเพียง 3 เดือน ภายใต้การปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นและทุ่มเทของทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

วันที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก รายงานความคืบหน้าสุขภาพของลูกช้างป่าข้าวต้ม ซึ่งอยู่ระหว่างการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน

“ข้าวต้ม” มีสภาพร่างกายโดยรวมที่ปกติ สามารถกินนมได้แม้ว่าปริมาณจะยังน้อยกว่าเกณฑ์ที่สัตวแพทย์คำนวนไว้ ปัสสาวะปกติ อุจจาระเหลวปนเนื้อครีม โดยไม่พบเนื้อเยื่อของลำไส้ลอกหลุด ทั้งนี้ พบสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติเล็กน้อยในบางช่วงเวลา ซึ่งทีมสัตวแพทย์ได้เฝ้าระวังและดูแลอย่างใกล้ชิด

ทีมสัตวแพทย์ได้ดำเนินการรักษาอย่างเข้มข้น ด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ให้วิตามิน ยาบำรุงตับ ยารักษาแผลในระบบทางเดินอาหาร ยาลดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร ยาลดปวดเกร็งท้อง รวมถึงแคลเซียมแบบรับประทานที่บดผสมวิตามินรวม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูสุขภาพของข้าวต้มอย่างครบถ้วน

สัตวแพทย์ให้ความสำคัญกับการดูแลแผลและแผลกดทับอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการทำความสะอาดแผล พ่นยารักษา ทายารักษาแผล และใช้เทคโนโลยีเลเซอร์รักษาแผลทุก 3 วัน ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เนื่องจากแผลกดทับยุบลงมากและมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทีมสัตวแพทย์ทุ่มเทในการฟื้นฟูสภาพร่างกายของข้าวต้ม ด้วยการนวดขา ยืดเหยียดขาหน้า และใช้เครื่องยิงคลื่นอัลตร้าซาวน์เพื่อคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ช่วยพยุงตัวและพาเดินออกกำลังกายประมาณ 5-10 นาที และมีการพลิกกลับตัวทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแผลกดทับและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

ทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผลัดเปลี่ยนกันดูแลข้าวต้มอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด พร้อมประเมินอาการวันต่อวันอย่างละเอียด เพื่อปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมและตรงกับสภาวะของลูกช้างป่าตัวน้อยในแต่ละช่วงเวลา สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและความรับผิดชอบในการอนุรักษ์สัตว์ป่าอันล้ำค่าของประเทศไทย

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใยจากประชาชนที่มีต่อข้าวต้ม พร้อมขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคนที่ทำงานอย่างไม่เคยย่อท้อ เพื่อให้ลูกช้างป่าสาวน้อยตัวนี้กลับมาแข็งแรงและเติบโตอย่างสมบูรณ์ในอ้อมอกอ้อมใจของคนไทยทุกคน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด