ณ ดอยม่อนล้าน ดินแดนที่เคยเป็นเพียงภูเขาโล่งปราศจากร่มรื่น ปัจจุบันกลับกลายเป็นผืนป่าเขียวขจีที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา” ที่ทุ่มเทพระวรกายเพื่อพลิกฟื้นทั้งป่าไม้และชีวิตของราษฎรไทย
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2547-2548 ดอยม่อนล้านในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในสังกัดการดูแลของ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) กำลังเผชิญวิกฤติรุนแรง พื้นที่ป่าต้นน้ำอันเป็นหัวใจสำคัญของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อทำไร่เลื่อนลอยและปลูกฝิ่นอย่างหนัก ป่าเสื่อมโทรม แหล่งน้ำเหือดแห้ง และชีวิตของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าติดอยู่ในวังวนแห่งความยากจน
เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2547 และ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และทรงรับทราบถึงปัญหาเหล่านี้ พระราชหฤทัยของพระองค์ทรงเป็นทุกข์ ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ดอยม่อนล้าน” ด้วยพระราชประสงค์อันแน่วแน่เพียงข้อเดียว คือ “หยุดยั้งการทำลายป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขา”
พระราชกรณียกิจในดอยม่อนล้านเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยมีสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการดูแลอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมมือกับสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำพระราชดำริของพระองค์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
การอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนาจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานที่จะพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงทั้งสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนไปพร้อมกัน
พระองค์ทรงเน้นย้ำความจำเป็นในการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่สูงกว่า 1,400 เมตร โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกป่าโดยใช้พันธุ์ไม้พื้นถิ่น เพื่อให้ธรรมชาติกลับคืนสู่ความสมบูรณ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพียงปลูกต้นไม้ แต่คือการฟื้นคืนระบบนิเวศทั้งหมด
นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระราชเสาวนีย์ให้เพาะขยายพันธุ์พืชหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ แล้วแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปปลูก เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ป่า รักษ์ธรรมชาติ ให้คงอยู่ในใจคนรุ่นต่อรุ่น
พระมหากรุณาธิคุณไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการฟื้นฟูป่า แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ผู้ที่เคยติดอยู่ในวงจรแห่งความยากจนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างไม่ยั่งยืน พระองค์ทรงแนะนำให้ทำการเกษตรตามหลักวิชาการ เน้นการปลูกข้าวไร่แบบขั้นบันไดเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และทรงส่งเสริมการเลี้ยงแกะ เพื่อนำขนมาผลิตเป็นเครื่องนุ่งห่มกันหนาว สร้างรายได้เสริมและใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญ การพัฒนาที่ยั่งยืนนี้ ได้สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถต่อต้านปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้สำเร็จ เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของการพัฒนาแบบบูรณาการ
กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ดอยม่อนล้านได้เปลี่ยนโฉมหน้าอย่างสิ้นเชิง จากเขาหัวโล้นกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นเสมือน “ปอด” และ “หัวใจ”แห่งลุ่มน้ำแม่งัด แหล่งต้นน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลอย่างไม่ขาดสาย
วันนี้ พื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ได้กลายเป็นต้นแบบความสำเร็จของการพัฒนาที่สมดุล ภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของการพัฒนาในสามมิติ คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ที่สมดุลและยั่งยืน
หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นของดอยม่อนล้าน คือการเป็นแหล่งผลิตกาแฟใต้ร่มไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นตัวอย่างของการเกษตรที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยไม่มีการทำลายป่าหรือตัดต้นไม้ใหญ่แต่อย่างใด
ชาวบ้านได้เรียนรู้การปลูกกาแฟใต้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ต้นไม้เหล่านั้นเป็นร่มเงาให้กับต้นกาแฟ วิธีการเพาะปลูกแบบนี้ไม่เพียงแต่รักษาระบบนิเวศของป่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังทำให้ผลผลิตกาแฟมีคุณภาพโดดเด่น มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งความชื้น อุณหภูมิ และร่มเงาตามธรรมชาติ
การเกษตรรูปแบบนี้จึงเป็นการพิสูจน์ว่า “การอนุรักษ์” กับ “การพัฒนา” สามารถเดินไปด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ป่าไม้ได้รับการอนุรักษ์ ชาวบ้านมีรายได้ที่ดีจากกาแฟคุณภาพสูง และสิ่งแวดล้อมยังคงความสมดุลอย่างยั่งยืน
พระราชปณิธานสีเขียวของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูป่าไม้และธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน เป็นมรดกอันล้ำค่าที่จะคงอยู่สืบไปชั่วกาลนาน
ดอยม่อนล้าน คือ พระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ คือบทพิสูจน์ว่าด้วยพระวิสัยทัศน์ พระเมตตา และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งป่า ทั้งน้ำ และทั้งชีวิตของผู้คนให้เจริญรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง

