4 เมษายน 2568 นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน นำโดยด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับด่านตรวจประมง กก.2 บก.ปทส. และฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน ได้ตรวจพบสัมภาระต้องสงสัยของนายบุริเอฟ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี สัญชาติอุซเบกิสถาน ผู้โดยสารสายการบิน Uzbekistan Airway เที่ยวบิน HY532 ซึ่งกำลังจะเดินทางจากประเทศไทยไปยังเมืองทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน จากการตรวจสอบพบลังโฟมจำนวน 21 ลัง โดยเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติว่าภายในอาจมีสิ่งมีชีวิต จึงขอตรวจค้นโดยละเอียด
ซึ่งผลการตรวจค้นพบว่า 20 ลังแรก บรรจุพืชน้ำและสัตว์น้ำซึ่งได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ลังสุดท้ายพบสัตว์หายากที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออก ประกอบด้วย อีกัวน่า 10 ตัว บรรจุในกล่องพลาสติก 3 ใบ จระเข้น้ำจืด 6 ตัว บรรจุในกล่องพลาสติก 3 ใบ กบฮอร์นฟรอก 5 ตัว บรรจุในกล่องพลาสติก 1 ใบ
ผู้ต้องหาไม่สามารถแสดงเอกสารการอนุญาตส่งออกสัตว์ดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 3 ข้อหา ได้แก่
1.พยายามส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
2. นำสัตว์ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
3. พยายามส่งออกสัตว์น้ำไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558
นายบุริเอฟให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนของกลางทั้งหมดได้ถูกนำส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อไป โดยอีกัวน่าส่งไปยังกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ส่วนจระเข้น้ำจืดและกบฮอร์นฟรอกอยู่ในความดูแลของด่านตรวจประมงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
การจับกุมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้มงวดปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและสัตว์หายากระหว่างประเทศ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ป่าผิดกฎหมาย การค้าออนไลน์ การค้าตามแนวชายแดน และการลักลอบนำเข้าส่งออกสัตว์ป่าที่ผิดกฏหมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก