30 มีนาคม 2568 นายพรเทพ เจริญสืบสกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายเข้มงวดของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล เจริญขันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สั่งการให้เข้มงวดการตรวจสอบและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบตัดไม้ นำไปสู่ปฏิบัติการครั้งสำคัญที่นำไปสู่การค้นพบการลักลอบแปรรูปไม้ประดู่ในพื้นที่ป่า ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับไฟป่า นับเป็นความสำเร็จในการบังคับใช้มาตรการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบตัดไม้อย่างจริงจัง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 นายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย รายงานว่า ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพชุดที่ 1 ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจล่องแพตามลำน้ำปาย ตั้งแต่บ้านผาสำราญ ต.เมืองแปง อ.ปาย ไปจนถึงบ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ได้พบเบาะแสสำคัญระหว่างการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงวันที่ 24-27 มีนาคม พบร่องรอยการลักลอบแปรรูปไม้ในบริเวณป่าห้วยผาแดง หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดและพบไม้ประดู่แปรรูปขนาดใหญ่จำนวน 7 แผ่น ซ่อนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
นายนิกร ได้สั่งการให้กำลังพลชุดสายตรวจป้องกันและปราบปรามที่ 2 อำเภอปางมะผ้า เข้าทำการตรวจสอบและดักซุ่มในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 26-29 มีนาคม 2568 แต่ในช่วงเวลา 3 คืน 4 วันดังกล่าว ไม่มีผู้ใดเข้ามาในพื้นที่จุดซุ่มเฝ้าระวัง โดยในช่วงเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบจุดความร้อน (Hotspot) เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ป่าบ้านผาสำราญ ตั้งแต่วันที่ 28-30 มีนาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 16 จุด ซึ่งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปายสันนิษฐานว่า อาจเป็นการจุดไฟเผาป่าโดยเจตนา เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าดำเนินการดับไฟป่า ขณะที่ผู้กระทำผิดอาจฉวยโอกาสขนย้ายไม้แปรรูปออกจากพื้นที่
จากสถานการณ์ดังกล่าว เช้าวันที่ 30 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนิกรจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปรามที่ 1 อำเภอปาย และเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าชั่วคราวป่ายาง เข้าไปเป็นกำลังเสริมเพื่อช่วยนำไม้ของกลางทั้งหมดออกมาจากจุดเกิดเหตุ โดยมีการบูรณาการการทำงานตามนโยบายเร่งด่วนตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเข้มงวดการตรวจสอบและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบตัดไม้ พร้อมให้เร่งดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และให้เตรียมความพร้อม ซักซ้อม และวางแผนรับมือกับปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบ โดยเน้นยุทธศาสตร์ “รวดเร็ว ตรงเป้า เข้าถึงพื้นที่ มีประสิทธิภาพสูงสุด”