วันอังคาร, พฤษภาคม 17, 2022

กรมอุทยานฯ ร่วมชี้แจงกรรมาธิการสภาผู้แทนฯ ติดตามผลกระทบเหตุน้ำมันรั่ว มาบตาพุด จ.ระยอง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการ เพื่อติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์คราบน้ำมันรั่วซ้ำกลางทะเล บริเวณพื้นที่นิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปลัดจังหวัดระยอง รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ร่วมให้ข้อมูล ณ เทศบาลตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง


นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าวว่า จากการบินสำรวจดูคราบน้ำมันจากมุมสูงวันนี้ พบเพียงคราบน้ำมันในลักษณะฟิล์มใสบาง ๆ จำนวนไม่มาก ประกอบกับข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 พบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบาง ๆ ห่างจากฝั่งประมาณ 5-6 กิโลเมตร โดยไม่พบคราบน้ำมันดิบสีน้ำตาล และจากสถานการณ์คลื่นลมในปัจจุบันคาดว่าคราบน้ำมันที่พบจะไม่ขึ้นชายฝั่ง ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้ กรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันเฝ้าติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเล และผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งเพื่อประเมินความเสียหายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับเรียกค่าชดเชยกับบริษัทฯ ต่อไป ตามข้อสั่งการของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันที่รั่วไหลซ้ำในครั้งนี้ เข้าถึงแหล่งทรัพยากรที่สำคัญ อย่างเช่น หญ้าทะเล และปะการังน้ำตื้น รวมถึงป้องกันอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ให้คราบน้ำมันขึ้นสู่ชายฝั่งโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นข้อห่วงกังวลที่ทางรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับสั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว

ในส่วนการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ เป็นการติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด และการติดตามเร่งรัดการชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในส่วนของกระทรวงฯ ได้มีการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน การเฝ้าระวังป้องกันคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่ง การประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ การติดตามคุณภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงการประเมินมูลค่าความเสียหายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อไป

สำหรับกรณีน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลในครั้งที่ 2 นี้ เป็นเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากทุ่นขนถ่ายน้ำมันดิบกลางทะเล บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ของบริษัทสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด มหาชน (SPRC) เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา โดยเป็นน้ำมันค้างท่อในจุดเดียวกับที่เคยเกิดการรั่วไหล เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 หลังจากที่สามารถควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ในครั้งแรกไว้ได้แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด