วันศุกร์, พฤษภาคม 20, 2022

‘พญาเสือ’ บุกตรวจโรงเรือน จ.พิจิตร ลุยขยายผลขบวนการจับ ‘ลิงแสม’ จากวัดเขาหน่อ

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้ที่จะลักลอบแอบเข้ามาจับสัตว์ประเภทลิงภายในวัดเขาหน่อ ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง และได้พบร่องรอยการแอบลักลอบจับลิงโดยใช้อาหารล่อเพื่อให้ลิงออกจากป่ามากินอาหารที่ข้างถนนและใช้เข็มฉีดยาเป็นลูกดอกลักษณะเป่า จึงได้ทำการขยายผล พบว่ามีการนำลิงที่จับได้จากบริเวณวัดเขาหน่อ ไปกักขังไว้ในโรงเรือนไม่ทราบเลขที่ หมู่บ้านยางห้าหลุม หมู่ที่ 9 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ก่อนที่จะขนย้ายไปยังแหล่งอื่น

โดยวานนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2565) เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม และสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) ได้เดินทางไปยังโรงเรือนดังกล่าวเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พบว่าที่บริเวณหน้าประตูโรงเรือนมีแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่แสดงใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง เล่มที่ 1 ฉบับที่ 113 ลงวันที่ 31 มกราคม 2565 ผู้ได้รับใบอนุญาต คือ นายลี เที่ยงอยู่ ออกให้โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) จึงได้สอบถามผู้ดูแลโรงเรือนพร้อมทั้งแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่ออาศัยอำนาจตามมาตรา 81 (2) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 แต่ผู้ดูแลโรงเรือนบ่ายเบี่ยง และขอตัวไปตามเจ้าของมาพบเจ้าหน้าที่ พร้อมกับล็อกกุญแจประตูรั้วไว้ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในบริเวณโรงเรือน ต่อมาได้มีชาย 2 คน เปิดกุญแจและไล่ลิงออกจากกรง จำนวนกว่า 30 ตัว ซึ่งเป็นการพยายามทำลายพยานหลักฐาน จึงเข้าจับกุมตัวชาย 2 คน และสั่งให้หยุดการกระทำดังกล่าว

จากนั้นได้เข้าตรวจสอบภายในโรงเรือนโดยละเอียด พบว่ามีสัตว์ป่าคุ้มครองเหลืออยู่ในกรงคือ ลิงแสม จำนวน 21 ตัว และเหี้ย จำนวน 39 ตัว ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดไม่มีหลักฐานแสดงการได้มา นอกจากนี้ยังตรวจพบอุปกรณ์การเป่าลูกดอกยาสลบที่ใช้งานแล้ว และยังไม่ได้ใช้งาน รวมทั้งอุปกรณ์การลักลอบจับลิงอีกหลายรายการ ซึ่งมีความผิดฐานร่วมกันครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 17 และมาตรา 92 ฐานร่วมกันไม่อำนวยความสะดวกให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรา 81 ต้องระวังโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 98 ฐานทิ้งหรือปล่อยเป็นอิสระซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือ สัตว์ป่าควบคุม หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์ป่านั้นพ้นจากการดูแลของตน ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 91 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และฐานขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึด และนำตัวผู้กระทำผิด พร้อมของกลางสัตว์ป่าคุ้มครอง 60 ตัว อุปกรณ์กระทำความผิด 11 รายการ ส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรหนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งจะได้ทำการจะขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด มาดำเนินคดีตามกฏหมาย ส่วนสัตว์ป่าของกลางได้ประสานสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ามารับไปดูแลรักษา พร้อมทั้งเสนอให้เพิกถอนใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองของ นายลี เที่ยงอยู่ พร้อมทั้งหาพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความเพิ่มเติมในความผิดเกี่ยวกับการล่าและการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด