วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 26, 2022

อุทยานฯ เขาแหลม ติดประกาศรื้อถอนบ้านพรานป่าฆ่าเสือโคร่ง ทำผิดเงื่อนไขมติ ครม.

วันนี้ 18 มกราคม 2565 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) สั่งการให้นายกมลาศ อิสอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม พร้อมเจ้าหน้าที่ สนธิกำลังร่วมกับ นายศรันย์วุฒิ พรสรายุทธ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.18 (วังเกียง)  ร.ต.อ.มานพ สุทธบุตร รอง สว.กก. 5 บก.ปทส.หน.ชป. กาญจนบุรี ดำเนินการติดประกาศคำสั่งให้ผู้ต้องหาในคดีล่าสัตว์ป่าคุ้มครองเสือโคร่ง ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งข้อหาอื่น ๆ อีก 10 ข้อหา จำนวน 5 ราย ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใน หมู่ที่ 4 ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลม ต้องรื้อถอน บ้าน หรือ โรงเรือน ไปให้พ้นในเขตอุทยานฯ ภายใน 30 วัน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เครือญาติ และ บริวาร ที่อยู่อาศัย ในบ้าน หรือโรงเรือนได้รับการผ่อนปรนให้อยู่อาศัยในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 แต่มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ด้านป้องกันพื้นที่ ป่าไม้และอื่นๆ ได้บัญญัติไว้ว่า ถ้ามีการ กระทำการใดๆ อันเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่ หรือขยายพื้นที่อยู่อาศัย ที่ทำกินเพิ่มเติม หรือเป็นการทำลาย หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาป่า หรือสิ่งแวดล้อมให้ดำเนินการ ตามกฎหมายโดยเฉีบดขาด และเพื่อป้องกัน มิให้มีการยึดถือครอบครอง พื้นที่ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ สั่งให้ผู้กระทำความผิด ออกจากพื้นที่ ทำลาย รื้อถอน และหรือ ดำเนินการอื่นๆ ตามกฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ การที่ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้กระทำการล่าเสือโคร่งที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ใกล้ สูญพันธุ์ หรือกระทำการ ผิดกฎหมายข้อหาอื่น ๆในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ส่วนเครือญาติและบริวาร ที่อาศัยอยู่ในบ้านหรือโรงรือนดังกล่าว รู้ หรือ ควรรู้ ในเรื่องดังกล่าว กับไม่ห้ามปราม การกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการกระทำที่กระทบกระเทือนต่อการรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมจึงเป็นการฝ่าฝืนหรือผิดเงื่อนไข จึงต้องออกจากในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และต้องทำลาย รื้อถอน บ้านหรือ โรงเรือน ไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ. ศ. 2562 มาตรา 19 (1) ฐาน ยึดถือครอบครอง ที่ดินภายในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด