• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน ขยายผลทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน และเศษงาจำนวนมาก ณ ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมให้เร่งส่งนิติวิทยาศาสตร์ตรวจ DNA ขยายผลทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม​ 2569 นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 70 นาย เข้าปฏิบัติการตรวจสอบงาช้างของกลางจำนวนมากกว่า 400 ท่อน และเศษงาจำนวนมากพร้อมซากสัตว์ป่าต้องสงสัย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยเร่งสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศกับเครือข่าย CITES สืบสวนขยายผลทลายขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติอย่างเด็ดขาดต่อไป

นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า “จากข้อสั่งการดังกล่าวซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย โดยมอบหมายให้ นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที การตรวจพบทั้งงาช้างและซากสัตว์ในคราวเดียวกันเป็นข้อบ่งชี้สำคัญถึงการดำเนินงานของขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งกรมอุทยานฯ จะไม่ละเว้นและจะเดินหน้าสืบสวนขยายผลจนถึงที่สุด”

ในการลงพื้นที่ปฏิบัติการ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมศุลกากร และสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) เข้าตรวจวัดขนาด ถ่ายภาพจัดทำบันทึก และสุ่มเก็บตัวอย่างงาช้างของกลางจำนวนมากกว่า 400 ท่อน ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนเศษงาช้าง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม (DNA) โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า คาดว่าจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ภายในประมาณ 1-2 เดือน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างซากสัตว์ของกลางอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นซากเสือหรือสิงโต เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ ยืนยันชนิดพันธุ์ และสืบสวนหาวัตถุประสงค์ในการขนย้ายต่อไป

นายยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายงานคดีลักลอบค้าสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว มีรูปแบบและลักษณะคล้ายคลึงกับคดีที่พบในประเทศไทย จึงได้สั่งการให้กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า เร่งประสานงานกับหน่วยงานไซเตส (CITES) ของทั้งสองประเทศ เพื่อขอข้อมูลมาเปรียบเทียบ ตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่าย และใช้ประกอบการสืบสวนขยายผลคดีภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศ

ผลการตรวจพิสูจน์ DNA จากศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและข้อมูลจากเครือข่าย CITES จะถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งประสานส่งมอบพยานหลักฐานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) หากพบความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านหรือศูนย์กลางการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างยั่งยืน.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด