• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เผยภาพ “หมาใน” สัตว์ป่าคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์กลางป่าสาละวิน ตอกย้ำความสมบูรณ์ระบบนิเวศ ดันความร่วมมือสากล ยกระดับการลาดตระเวนเข้ม

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ร่วมกับ มูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) เผยผลการสำรวจประชากรสิ่งมีชีวิตด้วยเทคโนโลยีกระจายกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera Trap) ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบประชากร “หมาใน” (Cuon alpinus) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์หมา ซึ่งจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) โดยกำลังออกล่าและใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารในผืนป่าแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน

การค้นพบดังกล่าวนับเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญทางนิเวศวิทยา เนื่องจากหมาในทำหน้าที่เป็นผู้ล่าขนาดใหญ่บนยอดห่วงโซ่อาหาร มีพฤติกรรมอาศัยและออกล่าเป็นฝูง ใช้เสียงนกหวีดหรือเสียงเห่าสั้นในการสื่อสาร และถ่ายมูลรวมเพื่อประกาศเขตแดน การดำรงอยู่ของฝูงหมาในจึงเป็นหลักฐานยืนยันว่า ผืนป่าสาละวินมีปริมาณสัตว์ที่เป็นเหยื่อขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่น เก้ง กวาง และวัวแดง อยู่อย่างหนาแน่นและสมดุล

นายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน เปิดเผยว่า การพบฝูงหมาในและกลุ่มสัตว์เหยื่อผ่านกล้องดักถ่ายภาพ เป็นเครื่องสะท้อนความสำเร็จของการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์และความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวน ความร่วมมือกับองค์กรระดับสากลอย่างมูลนิธิฟรีแลนด์ ช่วยเสริมศักยภาพด้านการเก็บข้อมูลเชิงลึกทางเทคโนโลยี ซึ่งข้อมูลโครงสร้างฝูง ขอบเขตการหากิน และภัยคุกคามรอบด้าน จะถูกนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแผนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) ให้มีความแม่นยำและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการคุ้มครองสัตว์ป่า

สำหรับความร่วมมือระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินและมูลนิธิฟรีแลนด์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการติดตามประชากรสัตว์ผู้ล่าและสัตว์เหยื่อเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการป้องกันการค้าสัตว์ป่าและการบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัย ข้อมูลภาพถ่ายและวิดีโอทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลทางวิชาการ เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์พื้นที่เชื่อมต่อทางนิเวศวิทยา (Ecological Corridors) ระหว่างผืนป่าของประเทศไทยและประเทศเมียนมา ช่วยให้สัตว์ป่าสามารถอพยพย้ายถิ่นและขยายพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการคุ้มครองพื้นที่ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรและชุมชนรอบผืนป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากให้คงอยู่สืบไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด