• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงานโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ เดินหน้าแผนปี 2570 เสริมโป่งเทียม-อัพเกรดชุดเฝ้าระวัง มุ่งแก้ปัญหาคนกับช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัดตะวันออก

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายประทีป เหิมพยัคฆ์ รองอธิบดีฯ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุมรายงานผลการดำเนินงานโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ประจำไตรมาสที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม 1 กรมป่าไม้ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อสรุปผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และพิจารณาแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นระบบ ตลอดจนยกระดับการอนุรักษ์ธรรมชาติในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระแก้ว และจันทบุรี
นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ มีกรอบแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์อย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายชุมชน โดยมุ่งเน้นการจัดการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ภายในป่า ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและเยียวยาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา กรมอุทยานฯ ได้จัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์รวม 95 เครือข่าย สนับสนุนชุดครุภัณฑ์เพิ่มประสิทธิภาพแก่ชุดเฝ้าระวังช้างป่าจำนวน 6 ชุด ดำเนินการปรับปรุงทุ่งหญ้าเพื่อเป็นแหล่งอาหารสัตว์ป่าเนื้อที่ 550 ไร่ ปลูกพืชอาหารสัตว์ป่า 100 ไร่ และจัดตั้งศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่าแบบคอกเดี่ยวจำนวน 1 แห่ง ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กรมอุทยานฯ วางแผนยกระดับการทำงานเชิงรุก โดยยังคงกำลังเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าฯ จำนวน 95 เครือข่าย พร้อมเพิ่มการสนับสนุนชุดครุภัณฑ์แก่ชุดเฝ้าระวังเป็น 33 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความครอบคลุมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ขณะเดียวกันได้ขยายการฟื้นฟูแหล่งอาหารด้วยการเพิ่มพื้นที่ปรับปรุงทุ่งหญ้าเป็น 900 ไร่ ปลูกพืชอาหารสัตว์ป่าเป็น 150 ไร่ และเพิ่มมาตรการปรับปรุงแหล่งอาหารสัตว์ป่าด้วยการจัดทำโป่งเทียมรวม 90 แห่ง ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
การดำเนินงานตามแผนงานดังกล่าว คาดว่าจะช่วยลดปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่การเกษตรและชุมชน ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรได้อย่างมีรูปธรรม ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อให้คนและช้างป่าสามารถเกื้อกูลและอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : ชินวร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด