• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ติดตามคดีบุกรุก “สิรินาถ-แหลมสน” เร่งบังคับใช้กฎหมายเข้ม พร้อมดันสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยวันที่ 30 กันยายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นางสายสุดใจ ชุนเชาวฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองอุทยานแห่งชาติ ได้เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีบุกรุกถือครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต และอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง โดยมี นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) นายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมรับฟังข้อสั่งการ ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ขณะเดียวกัน นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการกองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ได้เข้าร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting) จากห้องประชุมกองป้องกันฯ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานเชิงรุก เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

การปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติเป็นภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม พร้อมกำชับให้คณะทำงานและพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ รัดกุม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยให้รวบรวมรายงานให้กรมและกระทรวงทราบ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่คือหัวใจสำคัญในการปกป้องผืนป่า จึงได้เดินทางมามอบแนวทางและสร้างขวัญกำลังใจ ให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดมั่นในข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถและอุทยานแห่งชาติแหลมสน ถือเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างยิ่ง ที่ผ่านมา มีการตรวจพบการกระทำผิดในลักษณะการบุกรุกครอบครองที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด เพื่อบังคับใช้กฎหมายและเรียกคืนผืนป่ากลับมาเป็นของแผ่นดิน นอกจากนี้ ในการประชุมยังได้ร่วมกันวางแผนยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ตั้งเป้าหมายนำพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูจากการดำเนินคดี มาพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ และส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานฯ จะเร่งรัดติดตามผลการดำเนินคดีร่วมกับพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำในพื้นที่อย่างถาวรต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : กองอุทยานแห่งชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด