กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 หลังสืบสวนพบการเปิดโพสต์เสนอขายสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครองบรรจุตู้แช่แข็งเตรียมส่งขายรวม 164 ซาก น้ำหนักกว่า 71 กิโลกรัม ส่งตัวดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พร้อมเตรียมขยายผลกวาดล้างทั้งเครือข่าย
ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังของชุดปฏิบัติการพิเศษพญาเสือ, ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (เหยี่ยวดง), หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานสนับสนุนป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมด้านสัตว์ป่า (WCC), เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) และด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ร่วมกันนำหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหารเข้าตรวจสอบสถานที่เป้าหมาย จนนำไปสู่การจับกุม นายอำนวย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี และ นางสาวอริศรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี
.
การจับกุมในครั้งนี้เป็นการทำงานเชิงรุกด้านข่าวกรองของศูนย์ WCC ที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ป่าทางออนไลน์อย่างใกล้ชิด การนำสัตว์ป่าคุ้มครองมาตัดต่อ หรือแช่แข็งเพื่อจำหน่าย นอกจากจะเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างร้ายแรงแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน กรมอุทยานฯ จะไม่หยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ต้องหารายย่อยในพื้นที่ แต่ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการขยายผลตรวจค้นเส้นทางการเงิน และติดตามผู้ซื้อ-ผู้ขายในเครือข่ายออนไลน์มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
จากการตรวจค้นตู้แช่แข็งภายในสถานที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลากชนิดซึ่งถูกเตรียมไว้พร้อมจำหน่าย ดังนี้ ซากกระจงหรือกระจงหนู จำนวน 14 ซาก (น้ำหนัก 17.6 กิโลกรัม), ซากกระรอกบินสีเขม่า จำนวน 54 ซาก (น้ำหนัก 7.0 กิโลกรัม), ซากหัวเก้ง จำนวน 8 ซาก (น้ำหนัก 9.0 กิโลกรัม), ซากกระรอกบินแก้มขาว จำนวน 61 ซาก (น้ำหนัก 4.0 กิโลกรัม), ซากพญากระรอกบินหูดำ จำนวน 1 ซาก (น้ำหนัก 0.9 กิโลกรัม), ซากเม่นใหญ่ จำนวน 26 ซาก (น้ำหนัก 32.9 กิโลกรัม) รวมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งสิ้น 164 ซาก น้ำหนักรวม 71.4 กิโลกรัม ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 52,400 บาท นอกจากนี้ยังได้ตรวจยึดอุปกรณ์การแช่แข็งและวัตถุพยานดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ตรวจวิเคราะห์ร่องรอยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
เบื้องต้น คณะเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหา “มีไว้ในครอบครองและค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับสูง
.
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเน้นย้ำว่าจะดำเนินมาตรการปราบปรามการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายทุกช่องทางอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตัดวงจรการค้าสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมอุทยานฯ 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : กองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า
